... ร่องรอยความรู้สึก จากบันทึกของหัวใจ ...

... ไดอารี่เล่มนี้ ไม่ค่อยมีเรื่องราว กิจวัตรประจำวัน บันทึกอยู่สักเท่าไร...
... เป็นไดอารี่ของความรู้สึก ...
... ที่บันทึก อารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิด ของคนธรรมดาๆคนนึงไว้ ...
... บางทีก็อาจตรงใจใครหลายคน บางทีก็ขัดแย้งความรู้สึกหลายๆคน ...
...
... เพราะต่างใจก็ต่างจิต ...
... ความรู้สึก นึกคิด ที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่น่าบันทึก ...
... เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกในใจอาจเปลี่ยนแปลงไป ...
... แต่ถ้าเราหวนกลับไปหาความรู้สึกตอนนั้นได้ ...
... จะทำให้เรารู้ว่า เหตุการณ์รอบๆความรู้สึกนั้น ...
... จะยังคงชัดเจนในอยู่ความทรงจำ โดยไม่ต้องพึ่งบันทึกใดๆ ...
Diary of pixel ::: ร่องรอยความรู้สึก ในบันทึกของหัวใจ

 


[ home ::: diary ::: about me ]

ส่งตัวเองเรียนเมืองนอก ประเสริฐจริงเหรอ?
19 Apr 2009 - 23:36:00

 

... หนึ่งในความฝันของผมคือ อยากจะลองเป็นนักเรียนนอกดูสักครั้ง ...
... ใช้ชีวิตเพียงลำพังในประเทศที่ไม่มีคนรู้จัก ดิ้นรนบนลำแข้งตัวเองดูบ้าง ...
... แต่ครอบครัวผมไม่มีเงินมากพอจะส่งผมเรียนเมืองนอก ...
... ยิ่งประเทศเป้าหมายผมคืออเมริกาที่ค่าใช้จ่ายแพงหูตูบด้วยแล้ว ยิ่งแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย ...
... แต่ผมก็เห็นหลายคน สามารถทำงานในร้านอาหารเพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอม ส่งตัวเองเรียนได้ ...
... และนั่นก็คือหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ส่งให้ผมมาเรียนต่อที่อเมริกาอยู่นี่ ...
... "ก็ในเมื่อคนอื่นเค้าทำได้ และเราก็มีสองมือสองตีนเท่ากัน แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้" ...
... ผมจึงตัดสินใจเดินตามความฝันผันตัวเองมาเป็นนักเรียนนอก ด้วยวิธีการส่งเสียตัวเอง ...
... โดยไม่เคยคิดมาก่อนว่า ผมจะตั้งคำถามนี้ในสองปีให้หลัง ...
... "ส่งตัวเองเรียนเมืองนอก ประเสริฐจริงเหรอ?" ...

...

... การเป็น "นักเรียน" นั้น เป้าหมายหลักที่สำคัญคือ "การศึกษา" ...
... เรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ...
... ยิ่งเป็นการเรียนในเมืองนอกด้วยแล้ว นอกจากเนื้อหาในวิชาที่เรียนแล้ว ...
... สิ่งที่จะต้องพัฒนาควบคู่กันไปก็คือ "ภาษา" ...
... ไม่งั้นก็จะดูไร้ค่าที่อุตส่าห์บินมาเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา แต่เก่งภาษาสู้คนที่ฝึกอยู่ที่เมืองไทยไม่ได้ ...
... เท่ากับว่ามีภาระถึงสองต่อทีเดียว ...
...
... และการมาร่ำเรียนในบ้านเมืองคนอื่น ในฐานะ International Student นั้น ...
... จะต้องเสียค่าเทอมแพงกว่าคนในประเทศเท่าตัว ...
... อย่างที่ Brookhaven College ณ Dallas, TX ที่ผมเรียนอยู่นี้ ...
... อเมริกันชนจ่ายกันอยู่เทอมนึงราว ๆ $800 ...
... แต่นักเรียนกะเหรี่ยงอย่างผม จ่ายราว ๆ $1,800 ...
... (College ที่ผมเรียนจัดว่าถูกแล้วครับ ถ้าเป็น University ค่าเทอมกะเหรี่ยงอย่างต่ำ $6,000) ...
...
... ปัญหาก็คือ การมาเรียนต่อด้วยวีซ่านักเรียน (F-1 visa) แบบนี้ ...
... ไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ...
... ที่พอจะทำได้ก็คือ ทำงานในโรงเรียนซึ่งค่าแรงถูกมาก ชั่วโมงละราว ๆ $7-$8 เท่านั้น ...
... นักเรียนไทยที่จะส่งเสียตัวเองเรียน จึงต้องแอบทำงานในร้านอาหารไทย อย่างไม่มีทางเลือก ...
... เพราะเป็นที่เดียวที่จะสามารถทำงานได้เงินใน rate ที่สูงได้ โดยไม่ต้องมีวีซ่าทำงาน ...

...

... "เรียน vs. ทำงาน" ...
... ทั้งสองกิจกรรมต่างก็ต้องการ "เวลา" เป็นตัวแปรสำคัญ ...
... เรียน อาจจะไม่ได้จบลงแค่ในห้องเรียน ไหนจะการบ้าน ไหนจะ project ต่าง ๆ นา ๆ ...
... ทำงานก็อาจจะไม่ได้จบลงแค่ในชั่วโมงทำงานเช่นกัน เพราะเหนื่อย ๆ กลับมา เราก็ต้องการพักผ่อน ...
... การจัดเวลาระหว่างเรียนกับทำงาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ...
... หากทำงานมากไป ก็ไม่มีเวลาพัฒนาตัวเอง ...
... หากทำงานน้อยไป ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ...
...
... แต่นักเรียนนอกที่ส่งเสียตัวเองเรียนอย่างผม ...
... ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำงานให้ "มากพอ" ที่จะมีเงินไว้จ่ายค่าเทอม ...
... ซึ่งนั่นหมายความว่า ต้องแลกกับเวลาในการ "พัฒนาตัวเอง" ไปอย่างไม่มีข้อแม้ ...
... และค่าใช้จ่ายในชีวิตจริง มันไม่ได้มีแค่ค่าเทอมเท่านั้น ยังมีค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำไฟ ค่ากินอยู่ ...
... ค่านำ้มัน ประกันรถ ประกันสุขภาพ และอีกมากมายที่แอบซ่อนอยู่อย่าง ค่าซ่อมรถ ค่าปรับจากใบสั่ง ...
... ลองคิดดูสิครับว่า ...
... เราต้องเสียเวลาในการพัฒนาตัวเองมากมายเท่าไร ...
... ไปกับการทำงานในร้านอาหารเพื่อแลกกับเงินมากมายขนาดนี้? ...
... เดินเสิร์ฟขาขวิด นั่งบิดพวงมาลัยไปส่งอาหารงก ๆ ๆ หาเงินมาแทบตายกว่าจะได้แต่ละ $100 ...
... หักค่าใช้จ่ายแล้ว เหลือเก็บเดือนละ $700 ก็เก่งแล้ว ...
... พอเริ่มเก็บเงินได้เป็นก้อน ก็ถึงเวลาจ่ายค่าเทอมที่แพงสองเท่า ตูมเดียวก็หายวับไปกับตา ...
... ราวกับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานที่ผ่านมาไม่มีตัวตน ...

...

... นี่เรากำลังเสียเงินมากสองเท่า เพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่ามาเรียนเมืองนอกเท่านั้น ...
... ซึ่งอยากจะบอกเหลือเกินว่า คนที่เรียนจบต่างประเทศไม่ได้เป็นผู้วิเศษเสมอไป ...
... เด็กจบนอกที่ attitude แย่ ๆ นิสัยและสันดานเลว ๆ ก็มีถมไป ...
... ประสบการณ์ต่างแดนกับภาษาอังกฤษ ไม่ได้มีส่วนช่วยขัดเกลาจิตใจสักเท่าไรหรอกครับ ...
... ถ้ารากฐานและเสาตอม่อที่ลงไว้มันคุณภาพต่ำมาอยู่แล้ว ...
...
... ผมสรุปเลยละกันครับว่า การทำงานร้านอาหารส่งเสียตัวเองเรียนเมืองนอกนั้น ...
... " ได้ไม่คุ้มเสีย " ...
...
... เพราะในฐานะ "นักเรียนนอก" ...
... เราควรจะใช้เวลานอกเหนือจาก class เรียน เพื่อการทบทวนเนื้อหา เพิ่มพูนวิชาในสาขาที่เรียน ...
... หรือฝึกทักษะภาษาอังกฤษ โดยมีตัวช่วยคือเพื่อนและครูบาอาจารย์เจ้าของภาษามากมาย ...
... รวมถึงประสบการณ์อันล้ำค่าต่างแดนจากกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากห้องเรียน ...
... เช่น เข้าร่วมชมรมต่าง ๆ ในโรงเรียน หรือไปเป็นอาสาสมัครตามกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมาย ...
... บางครั้งก็ได้ออกไปทำงานเพื่อชุมชนด้วย ได้ทั้งเพื่อน ทั้งภาษาและได้ทำประโยชน์ ...
... สิ่งเหล่านี้ต่างหากครับ ที่ "นักเรียนนอก" ควรจะทำ ...
... มากกว่าการรีบแจ้นออกจากห้องเรียน เพื่อไปเข้างานในร้านอาหารให้ทัน ...
... แล้วชีวิตก็มีแต่โรงเรียนกับร้านอาหาร มีแต่เพื่อนคนไทย ไม่มีเพื่อนฝรั่งสักคน ...

...

... ไม่ใช่ว่าทำงานร้านอาหารไม่ดีนะครับ ดีและได้ประสบการณ์มากมาย ...
... แต่มัน "ไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา" ครับ ...
... ถ้าจะทำงานระหว่างเรียน ควรจะทำแค่เล็กน้อยพอเป็นกระษัยก็พอ ...
... ตะบี้ตะบันทำแหลกลาญ มันเสียเวลาอันมีค่าที่ควรจะเอาไปพัฒนาตัวเองมากกว่า ...
... Right Place, Right Time ครับ ...
... ไม่งั้นเดี๋ยวอาจจะเป็นเหมือนผม มาเรียนตั้งสองปีแล้ว ภาษาก็ยังแค่งู ๆ ปลา ๆ ...
... แถมในเนื้อหาวิชาที่เรียนก็ไม่ได้เก่งอะไรขึ้นมามากมาย ...
... ที่มันยังทำเกรดดีอยู่ได้ เพราะบุญเก่าที่เชี่ยวชาญในเรื่องงาน design อยู่แล้วเท่านั้นเองครับ ...
... วิชาไหนใช้บุญเก่าไม่ได้ อย่างเช่น History of Art นี่ เกรดบรมห่วย ...
... เพราะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเท่าที่ควร หนำซ้ำศัพท์ต่าง ๆ ที่ควรจะต้องรู้หลังเรียนวิชานั้นจบ ...
... ก็ไม่ได้เข้าหัวเลย เพราะไม่มีใช้เวลาศึกษามันอย่างเพียงพอนั่นเอง ...

...

... ดังนั้น ถ้าเลือกได้ อย่าทำงานส่งตัวเองเรียนเมืองนอกเลยครับ ...
... ต้องสูญเวลามหาศาลเหน็ดเหนื่อยทำงานเพื่อจ่ายค่าเทอมแพงเป็นสองเท่า ...
... หนทางที่ดีที่สุดคือ "เป็นนักเรียนทุน" ...
... ขอทุนมาให้ได้ดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องมาทำงานงก ๆ หาเงินส่งตัวเองเรียน ...
... เอาเวลาที่มีไป enjoy ชีวิตในต่างแดน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่บ้านเราไม่มีกลับไปให้เต็มที่ ...
... และการจบเมืองนอกในฐานะของนักเรียนทุน ดีกรีก็สูงกว่าการจบด้วยเงินส่วนตัวแน่นอน ...
... เพราะอย่างน้อยก็ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า เราควรค่าที่จะได้รับทุน ...
...
... ชีวิตเมืองนอก ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารกับโรงเรียน ...
... ต่างแดนมีอะไรให้เรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองมากกว่าการเอาเวลาไปนั่งทำงานในร้านอาหารเยอะครับ ...

 

<< บกพร่องโดยสุจริต เมื่อกีตาร์กลายมาเป็นอุปกรณ์หากิน >>

 

(26) Comment

ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าเน้น "Study" เรียนเมืองไทยก็ได้
แต่ถ้าอยาก "Learn" ด้วย ไปเมืองนอก ก็ good choice นะ

Keep Clawing

A-bang [25 Sep 2009 - 9:43:01 ]


ความคิดเห็นที่ 2

ไม่รู้ว่าหาทุนให้ได้ก่อนไปเรียน กับทำงานส่งตัวเองเรียนอันไหนมันยากกว่ากัน T-T
ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ ได้ยินมาว่ามีบางทุนถูกระงับไป หรือลดเงินลงเยอะเหมือนกันนะ

ผ่านมาเยี่ยม [25 Sep 2009 - 10:04:15 ]


ความคิดเห็นที่ 3

เริ่มท้อ..... เหมือนกัน

เจอกัน [25 Sep 2009 - 11:12:37 ]


ความคิดเห็นที่ 4

@A-บ่าง
ทำอยู่ทั้ง learn และ study เลยไม่มีเวลาทำเว็บชมรมหวะ

@ผ่านมาเยี่ยม
ทุนพ.ก.ก็ได้ครับ ขอแค่ค่าเรียน แล้วมาทำงานหาแค่ค่ากินอยู่ ค่าเช่าบ้านก็พอ

@เจอกัน
เจ้าแป้งรึเปล่าเนี่ย เจอกัน(อีกแล้ว) เนี่ย
อย่าเพิ่งท้อ ๆ ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป (ตามงาน party ๕ ๕ ๕)

pixel (http://www.pixellive.com) [25 Sep 2009 - 11:46:02 ]


ความคิดเห็นที่ 5

ยังไง

ก็สู้ๆ ค่ะ

TiKKy [26 Sep 2009 - 17:41:51 ]


ความคิดเห็นที่ 6

@Tikky
ขอบใจนะจ๊ะ

pixel (http://www.pixellive.com) [27 Sep 2009 - 12:52:06 ]


ความคิดเห็นที่ 7

สู้ สู้ นะพี่ชาย
เป็นกำลังใจให้เด้อออ

ja_ae [28 Sep 2009 - 10:03:33 ]


ความคิดเห็นที่ 8

ตรงใจว่ะ
คนชอบนึกว่า
ถ้าไปเรียนเมืองนอก ยังไงก็ต้องได้ภาษา
ไม่จริงเลย ถ้ายังสังคมแต่กับคนไทย
แล้วก็ชอบคิดว่า มาทำงานร้านอาหารเมืองนอก ได้เงินเยอะ รวย
ก็เงินก็เยอะอะนะ แต่ค่าใช้จ่ายก็เยอะกว่า
ได้ไม่คุ้มเสีย ที่แกบอก

แต่ไงก็สู้ๆเว้ย เอาใจช่วย ยังไงก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป
ถึงแกจะไม่ได้ในเรื่องเรียน อย่างที่คาดหวัง
แต่เราว่าแกได้ทำไรที่ไม่เคยทำเยอะแยะ
อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์เนอะ

แอ๊ปเพิ่ว [05 Oct 2009 - 23:41:39 ]


ความคิดเห็นที่ 9

... เออหวะ ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจ ...
... ทำไมแกเปลี่ยนแผนมาเป็น ขอเงินแม่ แล้วเรีบเรียน รีบกลับ ...
... มันถูกต้องแล้ว ทำงานหาเงินเรียนเอง ไม่คุ้มเวลา ...
... เพราะหาเงิน นั่นไม่ควรจะเป็นหน้าที่หลักของนักเรียก โดยเฉพาะนักเรียนนอก ...
... ที่มีประสบการณ์อันล้ำค่ามากมายให้เก็บเกี่ยว นอกร้านอาหาร ...



pixel (http://www.pixellive.com) [08 Oct 2009 - 4:37:33 ]


ความคิดเห็นที่ 10

สู้ๆ ค่ะพีชาย

ไหนๆ ก็เลือกเดินทางนี้แล้ว ต้องไปให้ถึงนะ

tOmz [26 Oct 2009 - 12:57:18 ]


ความคิดเห็นที่ 11

... จะถึงแล้ว ๆ อีกเทอมเดียว ...



pixel (http://www.pixellive.com) [27 Oct 2009 - 1:50:06 ]


ความคิดเห็นที่ 12

ประเสริฐจริงครับ

น้อยคนนักที่จะทำได้

และ
ที่สำคัญที่สุด คือ...
เป็นคนดียิ่งขึ้นกว่าเดิม



Rivendell [27 Oct 2009 - 15:21:29 ]


ความคิดเห็นที่ 13

เราก้อเป็นอีกคนนึงที่ก่อนหน้านี้ก้อคิดเหมือนคุณ
แต่ตอนี้เมื้อได้ก้าวออกมาตรงนี้จริงๆ
มันได้รู้ว่า

ความจริงแร้ว มันไม่ได้ประเสร็ฐอย่างที่คิด
การที่เดินออกมา
อวดเก่ง คิดว่าตัวเองต้องทำได้
แต่พอเอาเข้าจริง

ใช่ทำได้..
แต่ชีวิตไม่ได้มีอะไรดีขึ้น
นอกจากการได้กระดาษในนึง ซึ่งตรีตราว่า
ฉันเนี้ยแหละจบเมืองนอก

แต่หลังจากนั้นสิ
ชีวิตที่หันหน้าก้อเจอโรงเรียน หันหลังก้อเจองาน
แล้วความสุขล๊ะ มันหายไปไหน

เพื่อนละ สังคมที่เราควรจะมี
มันกลับหายไปหมด ชีวิตหลังจากจบหล่ะ
มันจะเดินคนเดียวไปได้อย่างไร

วันนี้เราก้อรู้แร้ว
ว่า การส่งตัวเองเรียนเมืองนอก มันไม่ได้ประเสริฐอย่างที่คิด

ปล. ถ้าเราเห็นบทความนี้ตั้งแต่ก่อนมาเราคงไม่เชื่อ
แต่วันนี้เจอได้ตัวเอง จึงเข้าใจ

ปล.1 ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการตัดสินในใหม่ค๊ะ ยังไงก้อช่วยให้คำแนะนำบ้างนะค๊ะ ขอบคุณค๊ะ

ส่งตัวเองเรียน [29 Oct 2009 - 21:04:19 ]


ความคิดเห็นที่ 14

^
... ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาคุยกันครับ ...
... หลาย ๆ คนก็เป็นประเภทเดียวกับเราแหละครับ ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ต้องขอลองด้วยตัวเอง ...
... นานาจิตตัง แต่บางครั้งถ้าเรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่นได้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง ...



... ว่าแต่กำลังจะตัดสินใจอะไรใหม่ น่าสนุกไหมครับ? ...

pixel (http://www.pixellive.com) [30 Oct 2009 - 12:13:48 ]


ความคิดเห็นที่ 15

พอดีลิงค์มาเจอจากทวิตเตอร์นิ้วกลมค่ะแล้วเห็นทอปิคนี้โดนใจมากๆ ขออนุญาตออกความเห็นนะคะ โดยส่วนตัวแล้วเคยอยู่ในจุดที่สับสนมากๆตอนที่อยู่ที่โน่น ว่าจะเดินหน้าต่อโดยการส่งตัวเองเรียนที่โน่น หรือกลับทาเมืองไทยดี สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับเพราะกลัวว่าหากส่งตัวเองเรียนอาจจะใช้เวลานานกว่าสองปี เนื่องจากต้องเบรคบางเทอมเพื่อทำงานอย่างเดียว อย่างที่คุณบอกค่าเทอมกะเหรี่ยงถูกๆก็6000 เลยคิดว่าเวลาสองปีกว่าที่จะเสียไปแล้วได้ชื่อว่านักเรียนนอกกับการกลับมาเรียนเมืองไทยแล้วทำงานได้ประสบการณ์จริงๆรวมถึงเรื่องconnectionด้วยอย่างไหนจะดีกว่ากัน จริงแล้วเรื่องการอยู่ไกลครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญเหมือนกัน ตอนนี้กลับมาใด้เกือบปีแล้ว ก็ยังนึกเสียดายอยู่บ้างบางครั้ง แต่พอมาอ่านไดอารี่คุณวันนี้กรู้สึกดีที่มีเจอความคิดที่คล้ายๆกัน^^

Hong~ [30 Oct 2009 - 22:34:33 ]


ความคิดเห็นที่ 16

^
... ผมว่าคิดถูกแล้วละครับ ...
... ผมทำงานส่งตัวเองเรียนแค่ college เทอมละ $1,800 ยังกระอัก ...
... จ่ายค่าเทอมที หมดตัวที ...
... ถ้าเป็น university ที่ค่าเทอม $6,000-$8,000 ...
... คงต้อง drop บางเทอมเพื่อทำงานอย่างเดียว อย่างที่คุณว่าจริง ๆ ...
... (แต่ F-1 visa มันทำงั้นได้ด้วยเหรอ ไม่ใช่ต้องลงทะเบียนตลอดเวลาเหรอครับ?) ...
...
... ภาษาอังกฤษ เอาจริง ๆ ฝึกที่ไหนก็ได้ ...
... ผมเชื่อว่าคนไทยที่ไม่เคยออกนอกประเทศแต่ภาษาอังกฤษดีกว่านักเรียนนอกนั้นมีเยอะครับ ...
... เมื่อไรบ้านเราจะเลิกค่านิยมเชิดชูนักเรียนนอกก็ไม่รู้เนอะ ...



pixel (http://www.pixellive.com) [31 Oct 2009 - 6:31:16 ]


ความคิดเห็นที่ 17

อย่างน้อยก็ได้ประสปการณ์ชีวิตอีกหน้านึงของช่วงจังหวะชีวิต ที่คนไม่ได้ไป ไม่ได้สัมผัส
และที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือ "การนำมาแบ่งปันให้เพื่อนมนุษย์ ได้รับฟัง"

สู้โว๊ย คนเดินตามความฝัน "ที่ไม่ตอบได้ว่าผิดหรือถูก เพราะมันคือฝันของเรา"

Tzido [14 Nov 2009 - 23:35:59 ]


ความคิดเห็นที่ 18

ได้บทความไปสอนน้องแล้ว,,,,,,,,,

เบนซ์ [30 Nov 2009 - 21:58:22 ]


ความคิดเห็นที่ 19

... ไม่เจอกันนานเลยพี่เบนซ์ สบายดีนะครับ ...
... ผมเกล็ดแห้งมาก ๆ ไม่ได้เสพไนโตรเจนมาสองปีกว่าแล้วพี่ กระหายมาก ...
... คาดว่ากลับไปอาจบริโภคไนโตรเจนเกินขนาดจนกระเป๋าฉีกแน่ ๆ ...



pixel (http://www.pixellive.com) [30 Nov 2009 - 23:34:36 ]


ความคิดเห็นที่ 20

คิดเหมือนกันเลยแฮะ
ถ้าทำงานก็ไม่มีเวลาออกไปข้างนอก ชมนกชมไม้ทำกิจกรรม
กะว่าจะหางานทำที่เมืองไทย ลำบากอยู่ที่ไทย
แล้วไปสบายที่โน่นน่าจะดีกว่า
ทุนก็หายากเหลือเกิน -*-

aeyz (http://aeyz.diaryis.com) [20 Jul 2010 - 18:36:16 ]


ความคิดเห็นที่ 21

เราเสิร์ฟกะทำบาร์เหล้าอยู่สามปี ...ร้านอาหารก็เป็นอีกประสบการณ์ฝึกความอดทน เห็นด้วยที่ว่ายังไงก็ควรทำพอประมาณ ....พี่สาวเราเค้าไม่เคยไปเรียนนอก กำลังจะไปเรียนภาษาที่ Brookhaven college ... จะเอาไปให้เค้าอ่านคะ จะได้พอเห็นภาพบ้าว

panini [11 Jul 2011 - 18:10:23 ]


ความคิดเห็นที่ 22

น้องสาวแฟนอายุ 25 ตอนนี้จบมาทำงานได้ปีกว่าๆ อยากไปเรียนภาษาเพื่อพัฒนาตัวเอง และเอาไว้ต่อรองเงินเดือน แต่ถ้าไปจริงก็ต้องลาออกจากงานเพื่อความคิดแค่ที่ว่าอยากจะพัฒนาภาษา ทางบ้านก็กลัวจะได้ไม่คุ้มเสียเพราะเรามีทุนไม่มากพอดังนั้น เธอจะต้องทำงานช่วยเหลือตัวเองเป็นหลัก เป็นกังวลกันทั้งบ้านเลย แต่เจ้าตัวซึ่งยังไม่เคยเผชิญโลกกว้างยังคงแน่วแน่ว่าตัวเองทำได้แน่ เห้อๆ เครียดจัง

Beea [04 May 2013 - 13:42:42 ]


ความคิดเห็นที่ 23

ที่อยากไปต่อ เพราะที่ไทย ไม่มีเปิดสาขาที่จะเรียนไง ประเด็น

ตูน [21 Jul 2013 - 19:26:31 ]


ความคิดเห็นที่ 24

Beloved Thai Au pair open house day

ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน นี้ Beloved Thai Au pair ขอเชิญชวนน้องๆ ที่สนใจในการท่องเที่ยวพร้อมเรียนรู้ภาษาและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม Beloved Thai Au pair open house day ที่ JUNO Park ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย งานเสวนาบรรยากาศ Meeting and Game ที่จะมาแจก Promotionและของรางวัลพิเศษ พร้อมแนะนำโครงการ Au pair , วิธีการเลือกประเทศที่จะไป รวมถึงเทคนิคที่จะช่วยให้น้องๆ Match Host และได้เป็น Au pair ร่วมพูดคุย ซักถามข้อสงสัยจากพี่ๆ ออแพร์ที่มีประสบการณ์ตรง ได้ในงานนี้ !!!
สนใจสำรองที่นั่ง ด่วน!!! ....รับจำนวนจำกัด ที่ Beloved Thai Au pair (สาขากรุงเทพ) โทร 0-2108-5998 / 08-7708-8666 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.belovedthaiaupair.com

Beloved [09 Sep 2013 - 18:12:13 ]


ความคิดเห็นที่ 25

ได้อ่านอย่่างนี้ก็เริ่มรู้สึกท้อแล้วเหมือนกันตอนนี้อยู่ ม.2 ค่ะ คุยกับพ่อแม่ไว้ว่าถ้าจบ ม.3 จะไปเรียนต่อที่อเมริกา เพราะว่ามีป้าเปิดร้านอาหารอยู่ที่นั่นกับสามีที่เป็นชาวอเมริกา แต่ฐานะทางครอบครัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักจะไปรบกวนเงินป้าก็เกรงใจ
แล้วมีทุนอะไรบ้างอ่ะคะ ..ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

Chat [09 Nov 2013 - 7:08:15 ]


ความคิดเห็นที่ 26

... "ถ้าเลือกได้" ไงครับ ...
... แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ก็ทำตามข้อจำกัดเรานั่นแหละครับ ...
... เงื่อนไขของคนเราล้วนต่างกัน ...
... ลอง google ดูสิครับ สมัยนี้มีทุนเรียนฟรีมากมาย ...
... เงื่อนไขของแต่ละทุนก็ต่างกันไป ...
... ลองดูว่า เราจะสามารถ qualified ทุนที่ไหนได้บ้าง ...
... เตรียมตัวให้พร้อม แล้วขอเลยครับ ...

...

... แต่ถ้าต้องไปทำงานส่งตัวเองเรียนจริง ...
... ก็เตรียมตัว พัฒนาตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ ...
... ต้องใช้ทักษะอะไรในการดำเนินชีวิตด้วยตัวเองบ้าง ...
... ค่อย ๆ list ออกมา แล้วจัดการมันไปทีละข้อ ...
... สุดท้ายเราก็จะได้ตามที่เราต้องการทุกอย่างครับ ...
... :) ...

pixel (http://www.pixellive.com) [12 Nov 2013 - 12:11:05 ]

 


คุณค่าของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางความคิดนั้น มิอาจประเมินได้
รบกวนกรอกเลขที่เห็นหน่อยนะครับ กัน Spam
786
นามมือ
อีเมลไว้เสวนา
เนื้อที่โฆษณา


 


Comment Alert (3 วันที่ผ่านมา)

 
Jan 2011
  01:  ย้าย / move
 
Jan 2010
  13:  กะเหรี่ยงหางาน / An Alien Job Seeker
  07:  ยิ่งเล็กยิ่งใหญ่
  01:  เป้าหมายปี 2010
 
Nov 2009
  18:  โชคดีเติมฟรี / Lucky Free Gas
  13:  น้ำน้อยชนะไฟ
 
Oct 2009
  30:  ของส่วนตัว / Privacy
 
Jun 2009
  03:  The Terminal
 
Apr 2009
  28:  วิมาร ภาค ๒
  21:  เมื่อกีตาร์กลายมาเป็นอุปกรณ์หากิน
  19:  ส่งตัวเองเรียนเมืองนอก ประเสริฐจริงเหรอ?
  17:  บกพร่องโดยสุจริต
  12:  สงครามสงกรานต์ / Songkarn War
  08:  วิมาร
  05:  ผู้สอนที่ป้อนไม่เป็น
  03:  ร้านอาหารกับการตลาด
  02:  ฮีโร่กะเหรี่ยง / Alien Saver
 
Mar 2009
  28:  นานาจิตตังค์
  15:  มุขไม่เนียนจะโดนเจี๋ยนเอาง่าย ๆ
  07:  น้องสาวห่างห่าง / a next door sister
  06:  ความงามในหน่อไม้
  04:  ดอกไม้ที่ไร้เกสร / Pollenless Blossom
 
Feb 2009
  13:  ไกลเกินจะคว้าหรือแค่ละสายตาจากมัน?
  09:  เพลงไรดี? / which song?
  01:  กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองอกแตก
 
Jan 2009
  23:  ยินดีกับผมหน่อย
 
Oct 2008
  31:  zombie อาละวาด
  29:  มวยหูฟัง / headphone competition
  21:  ความคาดหวัง คือเหตุแห่งความท้อใจ
  20:  บัญชีความดี ไม่มี 'ขาดทุน'
  16:  Phi Theta Kappa
  13:  คลิปอ้น / Aon's clips
  09:  ตัวแทนแอนด์ผู้พิทักษ์
  07:  ยิ้มสีเลือด / Red Smile
 
Sep 2008
  19:  กระบี่กษัตริย์ในมือจัณฑาล / exploit
  06:  เมื่อระบบมันห่วย / Useless System
  05:  กู้บ้าน / Apartment Recovery
  04:  นานาวาทะทางการเมือง
  03:  สยามเมืองยิ้ม / Land of Smile
 
May 2008
  31:  สิ่งที่เกิดไปแล้ว / it happened
 
Apr 2008
  30:  ลูกค้างี่เง่า / stupid customer
  20:  อาหารไทย ความภูมิใจระดับโลก
  13:  ทำงานร้านอาหาร ทำงานกับชีวิตคน
  05:  Defragmentation
 
Mar 2008
  24:  MSN virus
  19:  แมคบุ๊คอมตะ / undying Macbook
  13:  Bose (อ่านว่าโบส)
  12:  อีเมลมักง่าย / Negligent Email
  07:  การนั่งสมาธิทำให้ฉลาดขึ้น
  04:  ยึดอำนาจ / revolution
  03:  ละอองน้ำแข็งในแสงไฟ / the beautifully-flying snow
 
Feb 2008
  28:  เครื่องซักผ้าเปี่ยมประสบการณ์ / The experienced washer
  25:  hi5 society
  22:  Tip = โลกทั้งใบของใครอีกคน
  21:  อเมริกามหาอำนาจ / America Power
  16:  คุก / Jail
  11:  ตั๋วดัดนิสัย / Habit Controlling Ticket
 
Jan 2008
  30:  Salata
  25:  เมาส์ทรงพลังที่สะดือเน่า / a rotten-naveled mighty mouse
  23:  รูมเมทผู้น่ารัก / how nice my roommate is
  19:  ความรันทดบนท้องถนน / delivery toughness
  09:  คนขับรถ / Delivery
  06:  จดหมายจากหลานชาย / Last Letter
  05:  เสียงสุดท้าย / Last Words
  03:  วันที่ยายไม่กลับบ้าน
 
Sep 2007
  13:  จรรยาบรรณบริกร / Wait Ethic
  10:  ปลอดภัยไว้ก่อน / Safety First
  08:  Day31: Civic's closed deal + Pool Bar
  07:  Day30: a gal-faced man
  06:  Day29: All in one backpack + just smile :)
  05:  Day28: The Red Civic
  04:  Day27: talk to customer + grand mom
  03:  Day26: Windows & Viruses + Civic + busy
  02:  Day25: full-day work + first income :)
  01:  Day24: First photography job + Basketball + wii
 
Aug 2007
  31:  Day23: First Hang Out
  30:  Day22: looking for used car + this world has no secret
  29:  Day21: Start work
  28:  Day20: English in the class
  27:  Day19: Open Semester + Got a job
  26:  Day18: Used books
  25:  Day17: Apply jobs + Basketball @ UD
  24:  Day16: วันนี้ไม่ได้ทำอะไร ไม่ต้องเข้ามานะ
  23:  Day15: two guitar players
  22:  Day14: Fire in the ass hole -_-'
  20:  Day12: Reschedule + Tom Thumb + Fitness
  19:  Day11: Bootcamp, Windows and enjoy Gaming ^^'
  18:  Day10: brown rice
  17:  Day9: Orientation
  16:  Day8: Money Pending + Broccoli and Pork with Oyster Sauce
  15:  Day7: T.B. Test's result & Shopping mall
  14:  Day6: Take order
  13:  Day5: Test of English + first time in transportation
  12:  Day4: Yahoo's maps + first cooking
  11:  Day3: Bangkok City
  10:  Day2: Jet lag
  09:  Day1: First sight
  09:  แค่ฟ้าที่กั้นไว้ / to the land behind the horizon
  09:  สปริงตัว / Take off
  08:  ย่อตัว / packing

....................................

... แสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่องครับ ...
... เรื่องเก่าๆก็ comment ได้ ...
... ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่ได้อ่าน ...
... ทำระบบเตือนเอาไว้แล้ว ...
... เมนท์มาเถิดครับ ...
... เดี๋ยวผมจะไสหัวเข้าไปอ่านเอง ...
... :) ...

pixel

 


Design & Develop by pixel
© copy right 2008, All rights reserved.

[10514]