... ร่องรอยความรู้สึก จากบันทึกของหัวใจ ...

... ไดอารี่เล่มนี้ ไม่ค่อยมีเรื่องราว กิจวัตรประจำวัน บันทึกอยู่สักเท่าไร...
... เป็นไดอารี่ของความรู้สึก ...
... ที่บันทึก อารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิด ของคนธรรมดาๆคนนึงไว้ ...
... บางทีก็อาจตรงใจใครหลายคน บางทีก็ขัดแย้งความรู้สึกหลายๆคน ...
...
... เพราะต่างใจก็ต่างจิต ...
... ความรู้สึก นึกคิด ที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่น่าบันทึก ...
... เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกในใจอาจเปลี่ยนแปลงไป ...
... แต่ถ้าเราหวนกลับไปหาความรู้สึกตอนนั้นได้ ...
... จะทำให้เรารู้ว่า เหตุการณ์รอบๆความรู้สึกนั้น ...
... จะยังคงชัดเจนในอยู่ความทรงจำ โดยไม่ต้องพึ่งบันทึกใดๆ ...
Diary of pixel ::: ร่องรอยความรู้สึก ในบันทึกของหัวใจ

 


[ home ::: diary ::: about me ]

ความคาดหวัง คือเหตุแห่งความท้อใจ
21 Oct 2008 - 23:07:16

 

... วันนี้แวะเวียนเข้าไปอ่านบอร์ดธรรมะและการฝึกจิตมาแว๊ปหนึ่ง ...
... เจอกระทู้ดี เลยเอามาฝากกันครับ ...

http://larndham.net/index.php?showtopic=33256

... คุณป้าคนหนึ่ง ท้อใจกับการปฏิบัติ รู้สึกไม่คืบหน้า เลยมาขอคำแนะนำ ...
... คิดว่าช่วยได้มากเลย สำหรับคนที่พยายามฝึกจิต นั่งสมาธิ แต่ไม่ค่อยจะสำเร็จ ...
... ลองอ่านดูครับ คุณวัชรพลตอบไว้ได้ดีมากๆเลย ...

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

"รู้สึกท้อใจกับการปฎิบัติค่ะ รู้สึกว่าตัวเองไม่คืบหน้าเลย
ในแต่ละวันยังหลงอยู่ ยังฟุ้งซ่านอยู่ และในขณะที่รู้สึกตัวก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า
นี่เรารู้สึกตัวจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่การคิดไปเองว่าเรารู้สึกตัวแล้ว

ในบางครั้งที่ รู้สึกตัวก็จะเป็นตอนที่กำลังคิดถึงเรื่องที่เป็นทุกข์อยู่
และในขณะที่รู้สึกตัวความทุกข์นั้นก็ไม่ได้ดับไป
บางครั้งก็เลยต้องสอนตัวเองบ้างว่าความทุกข์นั้นไม่ใช่ตัวเรา
แต่เหมือนจิตมันไม่ยอมรับ ยังคงวนเวียนคิดถึงเรื่องที่เป็นทุกข์อยู่ต่อไป

ยอมรับค่ะว่าเป็นผู้ปฎิบัติที่ไม่ได้เรื่องเลย"

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ความท้อใจเกิดขึ้นจากอะไร เกิดขึ้นจากการที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ แล้วทำไม่ได้ เพราะมันยากเหลือเกิน

ผม เคยเจอป้าคนหนึ่ง มาที่ห้องสมุดธรรมะบ้านอารีย์ วันแรกเจอกัน ป้าเขานั่งฟังกับคนอื่นๆ
ผมเห็นป้าเขาถอนใจเป็นระยะๆ ความทุกข์ในหัวอกนั้นมากมายเกินกว่าที่ใครจะรู้สึกได้
เหมือนคนที่มีภูเขาทับอยู่กลางอกเลย

เจอกันอีกหน เลยได้คุยกับป้าเขา บอกเขาไปว่า ที่ป้ารู้สึกว่ายาก ที่ป้ารู้สึกว่าลำบาก ที่ป้ารู้สึกว่าหมดหวัง
เป็นเพียงเพราะป้าไปตั้งเป้า ตั้งความหวัง

คุยไปคุยมา ใจของป้าก็เริ่มคลาย พอบอกว่า ป้าไม่ต้องทำอะไรนะ ป้าไม่ต้องคิดว่าทำไปเพื่ออะไร
เราแค่คอยตามรู้ตามดูกายใจ คอยศึกษาความเป็นจริงของกายของใจนี่ล่ะ
แล้วรับรองเลยว่า พอตายไปนะ ชาติหน้าจะไม่ได้ไปอบาย ขอเพียงชาตินี้ไม่ทำบาปกรรมหนัก
ชาติหน้าก็ไม่ต้องไปอบาย เพราะสติจะตามมารักษาจิตตอนตาย แล้วค่อยไปทำต่อชาติหน้า
คำสอนของพระพุทธเจ้ายังไม่หายไปจากโลกเร็วนักหรอก ป้าเขาฟังก็เริ่มสบายใจ และภาวนาได้

พอมาึถึงตอนนี้ป้าเขาสบายใจ สติของป้าเขาไวมากนะครับ สามารถอะไรได้ละเอียดยิบเลย
นี่เพียงเพราะไม่ตั้งเป้าที่จะภาวนาเอาอะไร มรรค ผล นิพพาน ก็วางไว้ก่อน ทำเพียงแค่ตามรู้ตามดูกายใจ
เพียงเพื่อจะศึกษาความเป็นจริงของกายของใจเท่านั้นเอง

ความอยากหลุด พ้น ความอยากถึงพระนิพพาน เป็นเหมือนรองเท้าให้เราสวมใส่เวลาที่เราเดินหาเส้นทาง
ที่จะนำเราไปสู่ความ หลุดพ้น แต่เมื่อพบเส้นทางแล้ว เราจำเป็นต้องวางธุระเรื่องการแสวงหาความหลุดพ้นลงไป
เพราะเราได้พบกับเส้นทางที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้นแล้ว เหมือนกับเราเดินมาถึงบ้านของเราแล้ว
เราจะเข้าบ้าน เราก็จะถอดรองเท้าออกไป ไม่ใส่รองเท้าเข้าไปในบ้าน ทำให้บ้านสกปรกด้วย
และเราก็จะอยู่ในบ้านอย่างมีความสุข

เมื่อเราวางธุระ (หมายความว่า ไม่เอาเรื่องการแสวงหาความหลุดพ้น มาเป็นตัวต้นเรื่อง
ที่จะสร้างการวัดความคืบหน้า ฯลฯ อะไรประดามีที่จะเป็นเรื่องรกรุงรังใจ หรือนอกเหนือไปจาก
การตามรู้ตามดูกายใจเพื่อรู้ความเป็นจริงของการของใจไป เรื่อยๆ) ไปได้แล้ว เราก็เดินไปตามทาง
เราก็คอยสังเกตกายใจ ตามรู้ตามดูกายใจ ปล่อยให้กายใจเขาแสดงความเป็นไปของเขา
(จะเรียกว่า ให้เขาแสดงความเป็นธรรมดาของตัวเขา ก็ได้) ไปเรื่อยๆ แล้วเราก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆอย่างนี้

และอาศัยการฟังธรรมเรื่องอริย สัจจ์ เรื่องไตรลักษณ์ เนืองๆ ก็จะช่วยทำให้การภาวนาก้าวหน้าไปได้เรื่อยๆ
โดยที่ไม่ได้ทำอะไร และไม่ต้องลำบากลำบนอะไร เหมือนคนที่ได้กำไรจากลมหายใจ จากการเคลื่อนไหวของกายของใจ
คล้ายๆกับคนที่เอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น หากเลือกหุ้นได้ถูกต้องแล้ว ก็ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงผู้บริหาร
ปล่อยให้ผู้บริหารเขาทำงานของเขาไป พนักงานก็ทำงานของเขาไป แล้วเมื่อถึงเวลา เราก็ได้เงินปันผลกลับคืนมา

การลงทุนของเรา ก็เพียงแค่ การวางธุระเรื่องความหลุดพ้น ให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น ในที่นี้ก็คือ ให้เป็นหน้าที่ของจิต
ที่เขาจะทำงานไปตามปกติ ตามธรรมดา ของเขาเอง เราเพียงแต่มีหน้าที่ตามรู้ตามดูไปเฉยๆอย่างนั้นแหละครับ

อีกด้านหนึ่ง ก็คือการวางใจให้กับสัมมาทิฎฐิ เพราะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเอาไว้ว่า
สัมมาทิฎฐิเป็นทางลาดเอียงไปสู่ความพ้นทุกข์ ดังนั้น เราจึงต้องวางใจให้สัมมาทิฎฐิทำงาน
วิธีการวางใจก็คือ คอยตามรู้ตามดูโดยไม่แทรกแซง โดยไม่หวังอะไร แล้วผลก็จะออกมาได้เองตามเหตุตามปัจจัย
คือ มีสัมมาทิฎฐิเป็นเหตุ

การที่จะทำให้เกิดสัมมาทิฎฐิก็ไม่มีอะไรอีก ก็มีแต่ ตามรู้ ตามดู กายใจ ตามความเป็นจริง ไม่แทรกแซง

การทำงานของสัมมาทิฎฐิก็ไม่มีอะไรอีก ก็มีแต่ ตามรู้ ตามดู กายใจ ตามความเป็นจริง ไม่แทรกแซง

ทั้งสองขั้นตอน เราไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น

หรือ จะบอกว่า หากเราจะปลูกต้นถั่วเขียว (แบบที่ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ของเด็กๆ)
เราไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ต้นถั่วเขียวงอก แต่เราให้ปัจจัยแวดล้อมให้ถั่วเขียวงอก คือ เอากระดาษทิชชูใส่น้ำพอชุ่ม
แล้ววางเมล็ดถั่วเขียวลงไป ที่เหลือ ก็เป็นหน้าที่ของเมล็ดถั่วเขียว ที่เขาเองก็เป็นไปตามธรรมดาของเขา
ที่จะงอก เมื่อปัจจัยพร้อม ถั่วเขียวก็งอก ไม่มีทางอื่นไปได้

อ้างอิง
ใน บางครั้งที่รู้สึกตัวก็จะเป็นตอนที่กำลังคิดถึงเรื่องที่เป็นทุกข์อยู่ และในขณะที่รู้สึกตัวความทุกข์นั้นก็ไม่ได้ดับไป
บางครั้งก็เลยต้องสอนตัวเองบ้างว่าความทุกข์นั้นไม่ใช่ตัวเรา แต่เหมือนจิตมันไม่ยอมรับ
ยังคงวนเวียนคิดถึงเรื่องที่เป็นทุกข์อยู่ต่อไป หากไม่พยายามจะแก้ไข แต่ดูไปตรงๆ เราจะเห็นเลยว่า
ความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า ยิ่งทุกข์แล้วไม่ดับ ก็ยิ่งดี มีเวลาดูนานๆ เราก็ตั้งใจไว้อย่างนี้ว่า
จะขอลองดูสักหน่อย ว่าทุกข์จะอยู่นานแค่ไหน แล้วก็คอยดูไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าหากว่า เห็นทุกข์ แล้วเข้าไปดับ จะเป็นอีกแบบหนึ่งเลยนะครับ อย่างที่เป็นอยู่ ก็จะรู้ได้
พอเห็นทุกข์ปุ๊บ ก็อยากให้ดับปั๊บ พอไม่ดับ ก็หาทางดับมัน

วิธี การหลังนี้ ทำมาเยอะแล้วนะครับ ลองทำอย่างที่แนะนำนะครับ ตั้งใจดูเลยว่า ความรู้สึกเป็นทุกข์ จะอยู่นานแค่ไหน
แรกๆก็เล็งนาฬิกาไว้ก่อนเลยก็ได้ครับ แล้วหันกลับมารู้ไปเรื่อยๆ รู้ที่ความรู้สึกทุกข์นั่นล่ะครับ

ได้ความยังไงมาเล่าให้ฟังกันนะครับ

ขอให้เจริญในธรรมครับ

วัชรพล

 

<< บัญชีความดี ไม่มี 'ขาดทุน' มวยหูฟัง / headphone competition >>

 

(2) Comment

ความคิดเห็นที่ 1

ดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกตัวเลยว่าต้องฝึกสมาธิเพิ่มอีกมากมาย

กิ่ง [11 Nov 2008 - 18:04:10 ]


ความคิดเห็นที่ 2

^
... แหม อ่านอย่างเดียว ก็ไม่สมกะที่มีบุญได้เกิดมาเป็นชาวพุทธสิพี่ ...



pixel (http://www.pixellive.com) [16 Nov 2008 - 0:36:03 ]

 


คุณค่าของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางความคิดนั้น มิอาจประเมินได้
รบกวนกรอกเลขที่เห็นหน่อยนะครับ กัน Spam
3975
นามมือ
อีเมลไว้เสวนา
เนื้อที่โฆษณา


 


Comment Alert (3 วันที่ผ่านมา)

 
Jan 2011
  01:  ย้าย / move
 
Jan 2010
  13:  กะเหรี่ยงหางาน / An Alien Job Seeker
  07:  ยิ่งเล็กยิ่งใหญ่
  01:  เป้าหมายปี 2010
 
Nov 2009
  18:  โชคดีเติมฟรี / Lucky Free Gas
  13:  น้ำน้อยชนะไฟ
 
Oct 2009
  30:  ของส่วนตัว / Privacy
 
Jun 2009
  03:  The Terminal
 
Apr 2009
  28:  วิมาร ภาค ๒
  21:  เมื่อกีตาร์กลายมาเป็นอุปกรณ์หากิน
  19:  ส่งตัวเองเรียนเมืองนอก ประเสริฐจริงเหรอ?
  17:  บกพร่องโดยสุจริต
  12:  สงครามสงกรานต์ / Songkarn War
  08:  วิมาร
  05:  ผู้สอนที่ป้อนไม่เป็น
  03:  ร้านอาหารกับการตลาด
  02:  ฮีโร่กะเหรี่ยง / Alien Saver
 
Mar 2009
  28:  นานาจิตตังค์
  15:  มุขไม่เนียนจะโดนเจี๋ยนเอาง่าย ๆ
  07:  น้องสาวห่างห่าง / a next door sister
  06:  ความงามในหน่อไม้
  04:  ดอกไม้ที่ไร้เกสร / Pollenless Blossom
 
Feb 2009
  13:  ไกลเกินจะคว้าหรือแค่ละสายตาจากมัน?
  09:  เพลงไรดี? / which song?
  01:  กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองอกแตก
 
Jan 2009
  23:  ยินดีกับผมหน่อย
 
Oct 2008
  31:  zombie อาละวาด
  29:  มวยหูฟัง / headphone competition
  21:  ความคาดหวัง คือเหตุแห่งความท้อใจ
  20:  บัญชีความดี ไม่มี 'ขาดทุน'
  16:  Phi Theta Kappa
  13:  คลิปอ้น / Aon's clips
  09:  ตัวแทนแอนด์ผู้พิทักษ์
  07:  ยิ้มสีเลือด / Red Smile
 
Sep 2008
  19:  กระบี่กษัตริย์ในมือจัณฑาล / exploit
  06:  เมื่อระบบมันห่วย / Useless System
  05:  กู้บ้าน / Apartment Recovery
  04:  นานาวาทะทางการเมือง
  03:  สยามเมืองยิ้ม / Land of Smile
 
May 2008
  31:  สิ่งที่เกิดไปแล้ว / it happened
 
Apr 2008
  30:  ลูกค้างี่เง่า / stupid customer
  20:  อาหารไทย ความภูมิใจระดับโลก
  13:  ทำงานร้านอาหาร ทำงานกับชีวิตคน
  05:  Defragmentation
 
Mar 2008
  24:  MSN virus
  19:  แมคบุ๊คอมตะ / undying Macbook
  13:  Bose (อ่านว่าโบส)
  12:  อีเมลมักง่าย / Negligent Email
  07:  การนั่งสมาธิทำให้ฉลาดขึ้น
  04:  ยึดอำนาจ / revolution
  03:  ละอองน้ำแข็งในแสงไฟ / the beautifully-flying snow
 
Feb 2008
  28:  เครื่องซักผ้าเปี่ยมประสบการณ์ / The experienced washer
  25:  hi5 society
  22:  Tip = โลกทั้งใบของใครอีกคน
  21:  อเมริกามหาอำนาจ / America Power
  16:  คุก / Jail
  11:  ตั๋วดัดนิสัย / Habit Controlling Ticket
 
Jan 2008
  30:  Salata
  25:  เมาส์ทรงพลังที่สะดือเน่า / a rotten-naveled mighty mouse
  23:  รูมเมทผู้น่ารัก / how nice my roommate is
  19:  ความรันทดบนท้องถนน / delivery toughness
  09:  คนขับรถ / Delivery
  06:  จดหมายจากหลานชาย / Last Letter
  05:  เสียงสุดท้าย / Last Words
  03:  วันที่ยายไม่กลับบ้าน
 
Sep 2007
  13:  จรรยาบรรณบริกร / Wait Ethic
  10:  ปลอดภัยไว้ก่อน / Safety First
  08:  Day31: Civic's closed deal + Pool Bar
  07:  Day30: a gal-faced man
  06:  Day29: All in one backpack + just smile :)
  05:  Day28: The Red Civic
  04:  Day27: talk to customer + grand mom
  03:  Day26: Windows & Viruses + Civic + busy
  02:  Day25: full-day work + first income :)
  01:  Day24: First photography job + Basketball + wii
 
Aug 2007
  31:  Day23: First Hang Out
  30:  Day22: looking for used car + this world has no secret
  29:  Day21: Start work
  28:  Day20: English in the class
  27:  Day19: Open Semester + Got a job
  26:  Day18: Used books
  25:  Day17: Apply jobs + Basketball @ UD
  24:  Day16: วันนี้ไม่ได้ทำอะไร ไม่ต้องเข้ามานะ
  23:  Day15: two guitar players
  22:  Day14: Fire in the ass hole -_-'
  20:  Day12: Reschedule + Tom Thumb + Fitness
  19:  Day11: Bootcamp, Windows and enjoy Gaming ^^'
  18:  Day10: brown rice
  17:  Day9: Orientation
  16:  Day8: Money Pending + Broccoli and Pork with Oyster Sauce
  15:  Day7: T.B. Test's result & Shopping mall
  14:  Day6: Take order
  13:  Day5: Test of English + first time in transportation
  12:  Day4: Yahoo's maps + first cooking
  11:  Day3: Bangkok City
  10:  Day2: Jet lag
  09:  Day1: First sight
  09:  แค่ฟ้าที่กั้นไว้ / to the land behind the horizon
  09:  สปริงตัว / Take off
  08:  ย่อตัว / packing

....................................

... แสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่องครับ ...
... เรื่องเก่าๆก็ comment ได้ ...
... ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่ได้อ่าน ...
... ทำระบบเตือนเอาไว้แล้ว ...
... เมนท์มาเถิดครับ ...
... เดี๋ยวผมจะไสหัวเข้าไปอ่านเอง ...
... :) ...

pixel

 


Design & Develop by pixel
© copy right 2008, All rights reserved.

[3095]