... ร่องรอยความรู้สึก จากบันทึกของหัวใจ ...

... ไดอารี่เล่มนี้ ไม่ค่อยมีเรื่องราว กิจวัตรประจำวัน บันทึกอยู่สักเท่าไร...
... เป็นไดอารี่ของความรู้สึก ...
... ที่บันทึก อารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิด ของคนธรรมดาๆคนนึงไว้ ...
... บางทีก็อาจตรงใจใครหลายคน บางทีก็ขัดแย้งความรู้สึกหลายๆคน ...
...
... เพราะต่างใจก็ต่างจิต ...
... ความรู้สึก นึกคิด ที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่น่าบันทึก ...
... เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกในใจอาจเปลี่ยนแปลงไป ...
... แต่ถ้าเราหวนกลับไปหาความรู้สึกตอนนั้นได้ ...
... จะทำให้เรารู้ว่า เหตุการณ์รอบๆความรู้สึกนั้น ...
... จะยังคงชัดเจนในอยู่ความทรงจำ โดยไม่ต้องพึ่งบันทึกใดๆ ...
Diary of pixel ::: ร่องรอยความรู้สึก ในบันทึกของหัวใจ

 


[ home ::: diary ::: about me ]

Day29: All in one backpack + just smile :)
06 Sep 2007 - 23:32:43

 

... วันนี้กระเป๋าที่สั่งซื้อทางเน็ทมาส่งแล้ว ดีใจจัง ...
... จะได้พกกล้องออกไปข้างนอกได้ ^^ ...
... เพราะกระเป๋ากล้องใบที่มีอยู่มันเป็นแบบสะพายข้าง และค่อนข้างใหญ่ (LowePro Stealth Reporter 400) ...
... มันเอาอุปกรณ์ไปได้ทั้งหมดในใบเดียว เป็น professional bag สะพายแล้วจะมีคำว่าตากล้องแปะอยู่บนหน้าผาก ...
... ซึ่งในประเทศนี้ การถือกล้อง SLR ตัวใหญ่ๆ เดินไปเดินมาก็สะดุดตาพอสมควรอยู่แล้ว ...
... หากสะพายกระเป๋าใบโตอีก จะยิ่งตกเป็นเป้าสายตาไปกันใหญ่ คนจะนึกว่าเราเป็นช่างภาพ นักข่าว ไรเทือกนั้น ...
... ก็เลยอยากหากระเป๋ากล้องแบบ backpack ใบเล็กๆกระทัดรัด เพราะที่นี่นิยมสะพาย backpack กัน ...
... และถ้าใส่ของจุกจิก หรือ Macbook ได้ด้วย จะยิ่งดีมาก ใบเดียวจบเลย ทั้งกล้อง laptop แปรง ยาสีฟัน ...
... สามารถออกทริปเล็กๆได้เลย ...
...
... ซึ่ง requirement แบบนี้ มันเป็นอุดมคติมาก ...
... อยากใส่กล้อง SLR กับเลนส์ได้ แล้วยังอยากได้ space ไว้ใส่ของจุกจิกอีก laptop ก็จะใส่ไปด้วย ...
... เท่านั้นไม่พอ อยากได้เยอะขนาดนี้ แต่ดันห้ามใหญ่เทอะทะ ไม่ชอบบ้าหอบฟาง และดีไซน์ห้ามเฉิ่ม ...
... เลยทำให้ไม่เจอที่ถูกใจซะที ทั้งๆที่ตามหามานานหลายเดือนตั้งแต่ที่เมืองไทยแล้ว ...

Kata Prism U Backpack

... จะมีที่เข้าเค้าสุดก็ Kata Prism U Backpack ตัวนี้นี่แหละ ...
... Digicam/SLR+Laptop+MP3+PDA+Phone and acc. and personal gear ...
... ถูกใจทั้งหน้าตาและประโยชน์ใช้สอย มาตั้งแต่ที่ไทยแล้ว แต่ติดตรงที่เอาเลนส์ไปเยอะไม่ได้ ...
... และราคา 4,500 บาท ที่แพงเกินตัวไปหน่อย เลยไม่ได้สอยมาจากเมืองไทย ...
...
... แต่พอมาประสบปัญหาขาดแคลนกระเป๋ากล้องที่นี่ ก็เลยนึกถึงตัวนี้ขึ้นมา ...
... เพราะตอนนี้ก็ไม่ได้จะแบกเลนส์ไปทั้งหมดอยู่แล้ว ถ้าไปทริปจริงๆยังไงก็เอา LowePro ไป ...
... แถมตัวนี้ใส่ Macbook ได้ด้วย และยิ่งพอเจอราคาใน amazon.com รวมค่าส่งแล้วแค่ $81 (ราวๆ 2,835) ...
... เลยทำการสั่งซื้อและตัดบัตรเดบิตไปทาง internet รูดปรื๊ด รูดปรื๊ด ...
... แล้วกระเป๋าก็ใส่กล่องใบโตอย่างดีส่งมาถึงหน้าประตูบ้าน สบายแฮ ...
...
... จากการรีวิวเบื้องต้น ถือว่าถูกใจมากๆ เพราะหน้าตาผ่านอยู่แล้ว ...
... วัสดุด้านใน เป็นกำมะหยี่อย่างดี รับรองได้ว่าใส่กล้องหรือเลนส์ลงไปไม่เกิดรอยแน่นอน ...
... ช่องใส่ laptop ด้านหลัง ใน spec เขียนว่ารองรับ laptop ได้ใหญ่ที่สุด 12" ...
... แต่ก็สามารถใส่ Macbook ขนาด 13.3" ได้พอดีแบบเป๊ะๆมาก รูดซิบแล้วขยับไม่ได้เลย ...
... ก็โอเค เพราะเราก็ต้องการแค่ใส่กล้อง กับ Macbook ส่วนช่องใส่ของจุกจิกนั้น ก็เอาไว้ใส่เลนส์หรือ flash ได้ด้วย ...
... ถือว่าบรรลุจุดประสงค์ :) ...

...

... ชีวิตในร้านอาหาร ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งให้เก็บเกี่ยวแง่มุมดีๆของการใช้ชีวิต ...
... เพราะที่นี่เราจะได้พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา (ไม่ใช่คนเดียวมี 4 ตานะ) ...
... ได้บันทึกเรื่องราวมากมายลงไดอารี่ของชีวิต ...
...
... ตอนแรกๆที่ฝึกงานที่ร้านพี่โจ ...
... มีบ้างที่มีลูกค้าไม่พอใจในบริการ แล้วหน้าเป็นตูด อารมณ์ไม่ดี ...
... แทบไม่อยากจะย่างกรายเข้าไปใกล้มันเลย กลัวมันจะเรียก กลัวมันจะต่อว่า กลัวมันจะเอาอะไรเพิ่ม ...
... แต่พอเริ่มผ่านภาวะ busy มาหลายๆครั้งเข้า ก็เริ่มเข้าใจสัจธรรม ...
... ว่าถ้าคนมาก ทำไม่ทัน ก็ทำได้ดีที่สุดแค่ทำตามคิว จะเอาอะไรก็รอไป เห็นมั้ยว่าคนมันเยอะ รอไปก่อนเพ่ ...
... ซึ่งฝรั่งส่วนใหญ่เข้าใจข้อนี้ดี มีน้อยมากที่จะบอกให้ไปตามอาหารให้หน่อย แบบที่คนไทยนิยม ...
... และถ้ามีคนที่อารมณ์ไม่ดี ก็ช่างเค้าไป ไม่จำเป็นต้องไปมีอารมณ์ร่วมใดๆกับเค้า ไม่เห็นต้องเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยว ...
... ก็แค่ใส่หัวโขน wait ที่ดี ทำตัวเป็น machine ที่โปรแกรมไว้แล้วให้ friendly และไม่มีความรู้สึก ...
... จะบ่น จะต่อว่า จะหน้าบึ้งใส่เราสักแค่ไหน ก็ just แค่ยิ้มกลับไปให้ ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใสแบบปกติ ...
... มันก็แค่นั้นเอง ...
... นอกจากเค้าจะทำอะไรไม่ได้แล้ว เค้าอาจจะรู้สึกดีขึ้นด้วย ว่าเออ ต่อว่าแต่มันก็ยอมรับและขอโทษด้วยรอยยิ้ม ...
... บางทีจากไม่พอใจ เค้าอาจจะอารมณ์ดีขึ้น เห็นแล้วว่าเราก็บริการสุดความสามารถ แต่มัน busy จริงๆ ...
... สุดท้ายก็ tip ให้เราอย่างงดงามตามปกติ (ฮ่าๆ จริงๆอันนี้คือประเด็น) ...
... ยิ่งไปทำหน้าบึ้งใส่กลับ ไปต่อปากต่อคำ สุดท้ายถ้า tip ไม่ดี ก็เหนื่อยฟรี ...
... และลูกค้าก็ไม่พอใจกลับไปอีก เวลาพูดคุยกับเพื่อนๆอาจบ่น service ร้านนี้ให้ฟังอีก ...
... กลายเป็นชื่อเสียงแง่ลบปากต่อปาก ไม่มีผลดีสักอย่าง ...
...
... งานบริการ ถ้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อย่ามาทำดีกว่า ...
... เหมือนพวกพยักษ์งานภาครัฐหลายๆแห่ง ที่ทำหน้าที่ประสานงาน ทำงานบริการประชาชน ...
... นั่งอยู่หน้าเคาท์เตอร์แท้ๆ แต่ดันทำหน้าไม่รับแขกเหมือนไปแดกส้นตีนใครมา ...
... บางที คนเราก็ต้องแยกอารมณ์ความรู้สึก ออกจากหน้าที่ ความรับผิดชอบ ให้ได้ ...
... เหมือนหุ่นยนต์ที่ร้องไห้อยู่ดีๆ ก็สับสวิตช์ไปยิ้มแฉ่ง สวัสดีค่ะมีอะไรให้รับใช้ ...
... แบบนั้น ถึงจะเป็น professional ...
... และไม่มีอะไรมาทำให้งานเราเจ๊งได้ เพราะเรามีทัศนคติที่ดีในทุกสถานการณ์ ...
...
... ยิ้มเท่านั้น ที่จะครองโลก :) ...
... (แต่อย่ามางี่เง่ามากจนเส้นสติตรูขาดผึงละกัน ตรูจะด่าให้กลับไปนอนฝันเปียกเลย ฮ่าๆ) ...

 

<< Day28: The Red Civic Day30: a gal-faced man >>

 

(11) Comment

ความคิดเห็นที่ 1

ด่าให้กลับไปนอนฝันเปียกนี่ ด่าไรมั่งเพ่

KungKing [02 Dec 2007 - 5:33:46 ]


ความคิดเห็นที่ 2

ใส่ของเยอะขนาดนั้น หลังไม่หักแย่?
แค่กล้องตัวเดียวก็ไหล่ไม่เท่ากันละ - -'

ซื้อของทาง internet รู้ดปรี๊ดๆ
ไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่นิ
พี่สาวโดนเข้ากับตัวเองเลย
โดน hacker จาก CA เอาเบอร์บัตรไปใช้
ซื้อของทางเน็ตรูดไป $400 กว่า
ตำรวจที่นี่ก็จัดการไม่ได้ เพราะอยู่คนละรัฐกัน
ดีที่ทางธนาคารใจดี ใช้เวลานานหน่อย
แต่เค้าก็เอาเงินคืนให้ แต่ไอชั่วนั่นยังลอยนวล!!
ก็เลยมาเล่าสู่กันฟัง ^^"

4o8 || * [03 Dec 2007 - 0:14:37 ]


ความคิดเห็นที่ 3

เห็นด้วยเลย "service mind" กะ "ระบบการบริการของราชการไทย" มันเหมอนเส้นขนานน่ะพี่ ไม่มีทางบรรจบพบกันได้หรอก ไม่รู้ว่าเราเคยไปเหยียบตาปลาแม่ยายมันมาเมื่อชาติก่อนรึไงก็ไม่รู้ ตะคอกกูอยู่ได้ เรียกดีๆ กูก็ได้ยินแล้ว และมันแปลกนักรึไงที่กูไม่รู้แล้วถามมึงน่ะ เวรเอ๊ย!

G_ball_G [03 Dec 2007 - 11:32:41 ]


ความคิดเห็นที่ 4

^
... น้องคนนี้กรุณาขมิบต่อมวีนนิดนึงนะครับ ฮ่าๆ ...
... รู้สึกจะอินเกินเหตุ ...



... ขอบคุณคุณ 4o8 || * ครับ ...
... แต่การ hack เข้าไปเอารหัสจาก security service บน https นั้น ไม่ง่ายซะทีเดียวนะ ...
... และมีความผิดร้ายแรง ซึ่งสมัยนี้การ track back หาตัวการนั้นไม่ใช่เรื่องยากแล้วครับ ...
... แต่การโดนหลอกให้เข้าไปกรอกข้อมูลด้วยตัวเองในเว็บปลอมนั้น จะโดนกันมากกว่าครับ ...
... hacker ระดับที่เจาะเข้าไปเอาเลขบัตรเครดิตได้เนี่ย ส่วนมากโดนทางการ US จีบไปหมดแล้วครับ ...
... เหลือแต่พวก hacker กระจอกๆ ที่นั่งปลอมหน้าตาเว็บ ให้เป็นเว็บธนาคาร, hotmail หรือ hi5 ...
... แล้วหลอกเอาเลขบัตรเครดิต หรือ account password ...
... พวกนี้กระจอกครับ สมัยผมเป็น hacker ผมเลยพวกนี้ไปหลายขุมละ อิอิ (ขี้โม้) ...
...
... ผมเองไม่ค่อยเชื่ออะไรในโลกไซเบอร์ง่ายๆอยู่แล้ว ...
... fwd mail มากมายที่ตอแหล อย่างพวกให้ fwd mail ฉบับนี้ต่อไป ...
... ถ้าไม่อยากให้ email account คุณโดนยกเลิก ...
... หรือให้ fwd mail เพื่อช่วยน้องผู้น่าสงสาร โดยน้องจะได้ตัง 50 cen ในๆทุกๆ fwd ...
... อะไรพวกนี้ ไม่ได้กินผมครับ ไร้สาระ ...
... ดังนั้นไอ่พวกเว็บปลอมที่มาหลอกเอา pwd พวกนั้นก็กินผมได้ยากเช่นกัน ...
... ผมไม่ค่อยซี๊ซั๊วะกรอกข้ลมูลสำคัญบนอินเตอร์เน็ทน่ะครับ ...
... (เคยแต่ขโมยของคนอื่น ฮ่าๆ) ...
...
... ยังไงก็ขอบคุณมากครับ ที่เล่าให้ฟัง ...
... และถ้ามี online crime เกิดขึ้นจริง ...
... policy ของทาง Bank of America ที่ผมใช้อยู่ ...
... จะชดใช้เงินให้ก่อนเลย ตามจับตัวคนร้ายทีหลังครับ :) ...



pixel (http://www.pixellive.com) [03 Dec 2007 - 15:25:25 ]


ความคิดเห็นที่ 5

อ่าน diary วันนี้ แล้วได้อะไรดีๆ ไปเยอะเลย
เพราะเราก็เริ่มรู้สึกเหมือนกับเติร์ด เลย เพราะช่วงนี้เป็นช่วง Support
ปัญหามาพร้อมกันร้อยพันทิศทาง ใครๆ ก็ต้องการด่วน เราก็อยากทำให้ได้ทุกคน
แต่ทำไงได้สองมือเนอะ ก็ต้องรอๆๆ กันไป ได้แน่นอน...
ขอบคุณนะ อ่านแล้วได้กำลังใจเยอะเลย

(@^-^@) [03 Dec 2007 - 17:39:54 ]


ความคิดเห็นที่ 6

ทำไมราคาในเน็ตถูกกว่าเยอะจังเลยอ่ะพี่เติร์ด
เห็นแล้วงง
++
งานเยอะขนาดนั้นเลยหรอ
งืมๆๆแต่ทิปเยอะก็น่าทำต่อไป
อิอิ

Gift [05 Dec 2007 - 21:54:05 ]


ความคิดเห็นที่ 7

ดีค่า เฮ้อๆ อ่านละน่าเห็นใจนะคะ แต่ก็ถือว่าเป็นคนอดทนใช้ได้เลยค่ะ ค่ะ แต่ขอcomment เพิ่มหน่อยนะ คือเราเองไม่ชอบฝรั่งอยู่อย่างหนึ่งคือเวลาเรามีปัญหาน่
ปัญหาเขาจะไม่ค่อยรับฟังเหมือนคนไทย อันนี้หมายถึงเราต้องการคำปลอบโยนนะไม่ได้ต้องการค่าเสียหาย
การค่าเสียหาย ตอนนั้นเราไปเมกาเป็นครั้งที่ 3 ดูเหมือนว่าเราจะเคยมาแล้วก็ตามเหอะ
แต่ครั้งนี้เราก็เดินทางคนเดียว และแล้วเรื่องไม่น่าเกิดก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะเราเดินทางมากะสายการ
กับสายการบินไทย โอกาสมันน้อยมาก อย่างมาก็เคยเจอแค่กระเป๋ามาถึงช้ากว่ากำหนด
พอไปถึงที่โน่นใจหายเลยเพราะกระเป๋าเราถูกแหม่มอีกคนเอาไป พอเราไปถามเขาเขาก็ทำหน้าแบบ
หน้าแบบ ไม่รับรู้ ไม่ใช่เรื่องของฉาน และก็ยกใหล่ขึ้นด้วยอ่ะ ฮือๆ ไม่อยากบอกเลยว่าความรู้สึกตอนนั้นมันแย่มากๆ ปลอบใจสักนิดก็ไม่มี และก้ได้คำตอบกลับมาอีกว่า ถ้าของในเป๋าของเรา
มีค่าน้อยกว่าของผุ้หญิงคนนั้นเขาก็คงเอามาคืนเองแหละ เง๋อ.....ทั้งโมโหทั้งร้องให้ทำไรไม่ถูก
แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดีค่ะ และอีก 3 วัน ก็มีคนโทรมาบอกว่าให้ไปรับเป๋าได้ คราวนี้ก็ยิ้มออกละ
ออกละ ถึงของในเป๋าเราจะมีค่าน้อยกว่าหรือมากกว่าความสำคัญมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ตรงที่มันเป็นของๆเราตะหากเล่า ไอ้ฝรั่งบ้านี่มันไม่เข้าใจอะไรเอาสะเลย
ขออีกเรื่องนะ พอจะกลับก็ไป shopของกลับเมืองไทยเห็น iphone ละมันเจ๋งดีแฮะเมืองไทยใช้ได้
ได้ไหมน๊า..ว่าละก้หยิบโทสับโทรหาป๊า แห่มๆๆ แต่ว่าโทรมาละเมืองไทยตี2 ก็โดนโวยเล็กน้อย
น้อย ป๊าบอกใช้ได้ลูก เผื่อป๊าด้วยนะ 1 เครื่อง เชเลยว่าละก็รูดบัตรทันที เอ้อลืมบอกไรไปอย่าง
อย่าง apple ที่โน่นน่ะเขาไม่รับเงินสดนะ รับแค่บัตรเครดิตเท่านั้น และก็ขายให้เราไม่เกินคนละ 2
คนละ 2 เครื่อง ก็แอบยิ่มในใจอิๆ ได้ใช้ iphone ละจ้า ....แค่นั้นแหละกลับมาถึงเมืองไทย
ป๊าบอกว่า แต่ก่อนจะใช้ได้ต้องเอาเครื่องไปแก้ที่มาบุญครองก่อนนะ อ่ะจึ๋ย+++ เวงละทีนี้
พี่ชายเลยบอกว่า รอใช้ปีหน้าเหอะ เด่วก็ใช้ได้แล้วอย่าเอาไปแก้เลย เด่วปัญหาอื่นจะตามมา
เอ่อ...ช่าย เราก็พอรู้มาเพราะเราก็ใช้ macpro เลยพอรู้ว่า apple มันไม่ค่อยเข้าพวก(แบบหยิ่ง)
หยิ่ง หลงตัวเอง) ก็เลยไม่เอาไปแก้ จะรอใช้ปีหน้า รอ AIS ก่อนก็รอ...กันไป
แต่ก็ไม่เข้าใจนะว่า ถึงเราใช้โทรไม่ได้แต่ก็น่าให้เราได้เข้าไปใช้โปรแกมอื่นๆในเครื่องบ้าง
เหมือน ipod อ่ะ แต่ก็ทำไม่ได้อ่ะ แงๆๆ ตอนนี้ก็นั่งเฝ้าดูมันไปก่อนละกัน.....

อุ๊ย ... แสดงความคิดมากไปละ เด่วเจ้าของเขาตาลาย ไงก็สุ้ๆนะคะ เอาใจช่วยๆๆ/mulan

ปล. ว่าแต่เจ้าของdiary อ่ะฝีปากช่างคมนัก นับถือๆๆ เก็บกดอะไรหรือเปล่าเอ่ย อิอิ
ระบายบ้างก็ดีนะ เก็บไว้มากๆมะดีนะคะ

mulan [06 Dec 2007 - 11:11:10 ]


ความคิดเห็นที่ 8

^
... ขอบคุณคุณ mulan มาก ได้คุยกันยาวๆแบบนี้ชอบครับ ...

... ฝรั่งก็มีหลายประเภท เหมือนๆกับคนไทยนั่นแหละครับผมว่า ...
... ประเภทที่จะทำตาโต โอ้ really! ตื่นตระหนกตกใจไปกับเรา และช่วยตามหาอย่างจริงจัง ...
... ก็ยังมีอยู่บนโลกเช่นเดียวกับประเภทที่ยักไหล่ ไม่ใช่เรื่องของไอ แบบที่คุณเจอนั่นแหละนะ ...
... อยู่ที่ว่า จังหวะชีวิตเราจะสมพงษ์กับใคร แค่นั้นเอง ผมคิดงั้น ...
...
... พูดถึง iPhone นี่ ผมไม่ได้ใช้ แต่ปลด lock ให้คนไทยที่นี่ไปหลายเครื่องแล้วครับ อิอิ ...
... ถ้าเป็นเมื่อก่อนสมัยที่ชอบเล่นโทรศัพท์ คงซื้อใช้ไปแล้ว ...
... แต่เดี๋ยวนี้ปลงแล้วครับ ชอบใช้โทรศัทพ์ที่โทรเข้าโทรออกได้อย่างเดียว ...
... คืออยู่กับเทคโนโลยีมาจนเอียนแล้วมั้งครับ ...
... เรียนมา ทำงานมาในสายไอที มีนวัตกรรมใหม่อะไรมา จะ update เรียบ ...
... ไม่ใช่ศึกษาแค่เพียงการเป็น user แต่ศึกษามันในฐานะ developer ด้วย ...
... พอถึงจุดนึงก็เลยเริ่มเอียน และถวิลหา simplicity มากกว่า ...
... ตอนนี้ออกแนวชิล ไปแบบทางเต๋า ทาง zen มากกว่าครับ ...
... less is more น่ะ ...



... ป.ล. ไม่ได้เก็บกดอะไรครับ แต่เป็นพวกที่ หน้าบ้านขายดอกไม้ แต่หลังบ้านเป็นฟาร์มหมา ...
... ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ปล่อยหมาออกมาเพ่นพ่าน รดน้ำดอกไม้ให้โลกสวยงามไปวันวัน ...
... พอนึกภาพออกปะครับ ฮ่าๆ ...



pixel (http://www.pixellive.com) [06 Dec 2007 - 23:47:08 ]


ความคิดเห็นที่ 9

กระเป๋าสวยมากครับ...............

ราคาก็ดีด้วย เห็นแล้วก็อยากได้เหมือนกัลล์...............

กิเลสนี่มาง่ายเนอะ...............................

น้านัด

น้านัด [08 Dec 2007 - 12:12:23 ]


ความคิดเห็นที่ 10

ชีวิตมันส์ดีแฮะ

ว่าง ๆ จะมาเยี่ยมดูร้านดอกไม้บ่อย ๆ .... ไม่ต้องปล่อยหมาออกมานะ เดี๋ยวมันออกมากัดกันกับหมาพี่ 555

ikok [08 Dec 2007 - 23:55:13 ]


ความคิดเห็นที่ 11

ดีค่ะๆๆ โผล่มาอีกแล้ว
แหะๆ ดีใจนะคะที่เวลาเราพูดอะไรมากๆแบบน้ำท่วมทุ่งละยังมีคนชอบอิๆ ส่วนมากคนอื่นเขาจะรำคาญน่ะ ...เข้าเรื่องเลยละกัน..ก็ใช่อ่ะนะคนในโลกนี้ก็ใช่ว่าจะดีหมดเพียงแค่เวลาเรามันไปหยุดตรงกับคนที่แย่ๆแค่นั้นเอง ช่างมันเหอะค่ะเพราะว่าส่วนตัวเองก็มีวิธีเอาคืนฝรั่งแย่ๆ แล้วค่ะชนิดที่เรียกได้ว่า เป็นปัญหาทิ้งไว้ให้มันค้างคาสมองอันหยักน้อยๆของเขาได้เช่นกัน แหะๆ แต่จะทำก็ต่อเมื่อที่สุดที่จะทนแค่นั้นนะคะ และก็เรื่อง iphone น่ะมันก็ยังอยู่ในกล่องไร้ซึ่งคว่มสามารถใดๆทั้งสิ้น ที่จริงแล้วก็มะได้เป็นคนชอบtechnology อะไรมากขนาดนั้นหรอกค่ะ เพียงแค่มันเอ๊ะ...บ้านเรายังมะมีหรือมีน้อยก็แค่นั้นเอง จริงๆแล้วเพื่อนๆน่ะชอบเรียกว่า--แก่น่ะมันno technology จริ๊งจิ๊ง เหมือนคอมที่ใช้อยู่นี่ค่ะ เห็นเพื่อนๆใช้ macpro..
เอ่อ มันสวยดีแฮะ รีบโยนvaio ที่พึ่งไปถอยมาเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ..มะอยากจะพูดเลยว่า...
เห้อ เรามันด้อยความสามารถเรื่องพวกนี้ขนาดนี้เชียวหรอ????? ก็โดนพี่ขำเหมือนเดิมว่าเป็นไงอยากใช้เหมือนคนอื่นเขามะดูงานตัวเองเลย คือเพื่อนๆเขาอ่ะแนวถาปัดกันอ่ะ ไอ้เรามันก่าเป็นอีกอย่าง....เหมือนหน้ามื่อก่าหลังมือเลย เจ้าคอมปัญหาเมื่อซื้อมาละก็ต้องใช้ให้เป็น
เพราะอยากดูดีเหมือนเพื่อน แต่ก็วกๆวนๆ งงไปหมด โทรจิกเพื่อนตลอดจนมันบอกว่า
เอางี้ ..แก่น่ะหาเวลาว่างวาสักวันเลยนะรอฉันที่บ้านแล้วฉันจะไปหาพูดกันเรื่องนี้นี่แหละอันใหนที่แก่ไม่เข้าใจก็ว่ามา เอาทีละเรื่องละก็จดไว้ด้วย แค่นั้นแหละ....ค่ะถึงพอใช้ได้
แต่กระนั้นเจออะไรนิดหน่อยๆก็โทรถามเพื่อนตลอดเลย แห่มๆๆ จนมันบอกว่านี่ถ้าแก่มีแฟนแต่งงาน คืนแรกของวันเข้าหอ แก่จะโทรมาถามฉันไหมนี่ อิๆๆเต็มๆเลยอ่ะ โดนเพื่อนมันว่าเอา จริงๆมันอ่ะด่าเยอะกว่านี้อีกนะ แต่มันเป็นคำหยาบอ่ะไม่เหมาะแก่การเปิดเผยเผื่อเด็กๆมาอ่านเจอละมันจะไม่ดี
...ว่าแต่ตอนนี้เจ้าของdiary อ่ะยังสุขสบายกะชีวิตดีอยู่ริป่าว ประสบการณ์คงเต็มเป๋าละมั๊ง
ดีเนอะ ได้เจอสิ่งแปลกๆใหม่ๆ แต่ไปอยู่นานละมันคงชินแล้วหละ อะไรๆก็ไม่ตื่นตาตื่นใจละ
...อันนี้ขอชมจริงๆอย่าพึ่งลอยละลิ่วปลิวลมมาเมืองไทยล่ะ ...เคยอ่านdiary หลายๆคนละนะบอกตรงๆว่าเขียนได้โดนน่ะ คือเป็นแนวตัวเองดี อะไรก็ตามที่ใครคนหนึ่งทำออกมาละสื่อให้เรารู้และสัมผัสได้ว่าเออนี่นะ...มันใช่น่ะ มันทำให้เราอยากอ่าน-ติดตาม ดูละมันไม่รกสมองเกินไป
เราเคยเห็นเคยอ่านdiary หลายคนนะอ่านละมันรกสมองสะส่วนมาก มีน้อยคนที่เราอ่านละจะเอ่ยปากชมยังงี้ ...อีกเรื่องคือ ภาพถ่ายอ่ะสวยดีเนอะอืมมองภาพละมันก็สื่อได้มากกว่าความรู้สึกได้....สมละกะคำที่เรียกตัวเองว่าzen อืมนับถือๆ แหะๆว่าละก็แอบแวปก่อนนะคะแล้วจะแวปมาอ่านเรื่องเก่าๆที่ยังอ่านไม่หมดอีก ขอตัวไปเยี่ยมป๊า [ไปดูแลตัวเองก่อนช่วงนี้ไม่สบาย
ถามว่ามากไหม??? ก็ตอบไม่ได้ อีก 3 วันคงพอรู้เพราะถ้ามากก็คือต้องผ่าตัด ถ้าไม่มากก็คือทานยาหายจบ....แต่ขอเพิ่มอะไรนิดหนึ่ง วันนี้ป๊าป่วยแต่มะยอมบอกว่าตัวเองเป็นมากก็เขาเป็นหมออ่ะนะรู้สึกได้ตลอดเลยว่าระเวลาในการนั่งรถไปโรงพยาบาลน่ะเขาเจ็บปวด ทุกครั้งที่เขาเจ็บเขาจะแอบหันหน้ามามองเราละก็ใช้กำปั้นทุบที่อกข้างซ้ายของตัวเอง เขาคงกลัวมันหยุดเต้น เพราะเขาไป run EKG ผลมัน Abnormal แต่เขากลับบอกเราว่า Normal ทำไมนะคนดีๆคนที่เสียสะละเพื่อคนอื่นๆอย่างเขาต้องไม่สบาย วันนี้มีคนไข้นับร้อยรอการตรวจจากป๊า มีทั้งคนไข้เก่า-ใหม่ ต่างคนดีใจที่ได้เห็นหน้าหมอ แต่ก็แทบร้องให้เมื่อเห็นหมอไม่สบาย หน้าซีด สุดท้ายก็ตรวจไม่ได้ ได้แต่นั่งทุบหน้าอกตัวเองเพราะกลัว heart หยุดเต้นเนื่องจากป๊าจุกหน้าอกมาก เราเลยเดินออกไปบอกพี่พยาบาลหน้าห้องตรวจว่าป๊าตรวจไม่ไหว ขอเลื่อนเป็นวันอาทิตย์ที่ 16 ละกันเพราะวันอื่นไม่ว่างติดตลอดเลย ละก็เก็บเป๋าเรียกคนขับรถละพาป๊ากลับ บ้านมาที่โรงพยาล(ป๊าเป็นหมต่างจังหวัดป๊าออกตรวจคนไข้ตาม รพ.ต่างจังหวัด 8 โรงพยาบาล เพราะป๊าสงสารคนไข้ที่เขายากจนไม่มีเงินเดินทางมารักษาในเมือง และคนไข้ก็เป็นคนไข้โรคหัวใจน่าสงสารมาก ) แค่เราเดินพยุงป๊าออกมาก็มีเสียงจากคนไข้บอกว่าคุณหมอคะ ..ครับ.. หายเร็วๆนะ เรามองดูสีหน้าคนไข้ละก็ตื้นตันใจในความมีน้ำใจที่เขามีคืนกลับต่อป๊า ตอนนี้ป๊าโดนพี่ฉีดยานอนหลับไป เพื่อให้ได้พัก 30 นาทีห้ามทำให้ป๊าตื่น ต่อจากนนั้นป๊า
จะต้อง Echo ดู heart เฮ้อพี่เป็นคนEchoให้ แต่ป๊าเป็นคนอ่านผลเอง เชื่อเหอะป๊าดูเป็นคนเดียวป๊าต้องบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่เรารู้ รู้ว่าป๊าป่วยเป็นโรคอะไร สู้ๆนะคะป๊า ส่วนตัวเราเองก็ต้องรอผล U/S อีก3 วันรู้กันว่าจะได้ผ่าไหม แงๆนู๋กลัวเข็มฮีดยา]

เห้อ..ข้อความบาเรื่องอาจไม่เกี่ยวกะเนื้อหาคุณเลยนะ แต่อย่างน้อยๆวันนี้เราเศร้า
มันเป็น diary ของเราก็แค่นั้นเอง ขอระบายหน่อยละกันค่ะ

ปล. ที่บอกว่าหน้าบ้านขายดอกไม้ หลังบ้านเป็นฟาร์มหมาน่ะ อิๆ คิดได้ไงง่ะ
สงสัยคงขายดอกหน้าวัวป่าวนี่ หรือว่าดอกหมามุ่ยกันนี่คะ ใครๆที่เป็น
เพื่อนบ้านต้องระวังหน่อยนะคะ เด่วเวลาเจ้าของบ้านโมโหขึ้นมาอ่ะจะซวย อิๆ

mulan [09 Dec 2007 - 16:59:08 ]

 


คุณค่าของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางความคิดนั้น มิอาจประเมินได้
รบกวนกรอกเลขที่เห็นหน่อยนะครับ กัน Spam
1915
นามมือ
อีเมลไว้เสวนา
เนื้อที่โฆษณา


 


Comment Alert (3 วันที่ผ่านมา)

 
Jan 2011
  01:  ย้าย / move
 
Jan 2010
  13:  กะเหรี่ยงหางาน / An Alien Job Seeker
  07:  ยิ่งเล็กยิ่งใหญ่
  01:  เป้าหมายปี 2010
 
Nov 2009
  18:  โชคดีเติมฟรี / Lucky Free Gas
  13:  น้ำน้อยชนะไฟ
 
Oct 2009
  30:  ของส่วนตัว / Privacy
 
Jun 2009
  03:  The Terminal
 
Apr 2009
  28:  วิมาร ภาค ๒
  21:  เมื่อกีตาร์กลายมาเป็นอุปกรณ์หากิน
  19:  ส่งตัวเองเรียนเมืองนอก ประเสริฐจริงเหรอ?
  17:  บกพร่องโดยสุจริต
  12:  สงครามสงกรานต์ / Songkarn War
  08:  วิมาร
  05:  ผู้สอนที่ป้อนไม่เป็น
  03:  ร้านอาหารกับการตลาด
  02:  ฮีโร่กะเหรี่ยง / Alien Saver
 
Mar 2009
  28:  นานาจิตตังค์
  15:  มุขไม่เนียนจะโดนเจี๋ยนเอาง่าย ๆ
  07:  น้องสาวห่างห่าง / a next door sister
  06:  ความงามในหน่อไม้
  04:  ดอกไม้ที่ไร้เกสร / Pollenless Blossom
 
Feb 2009
  13:  ไกลเกินจะคว้าหรือแค่ละสายตาจากมัน?
  09:  เพลงไรดี? / which song?
  01:  กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองอกแตก
 
Jan 2009
  23:  ยินดีกับผมหน่อย
 
Oct 2008
  31:  zombie อาละวาด
  29:  มวยหูฟัง / headphone competition
  21:  ความคาดหวัง คือเหตุแห่งความท้อใจ
  20:  บัญชีความดี ไม่มี 'ขาดทุน'
  16:  Phi Theta Kappa
  13:  คลิปอ้น / Aon's clips
  09:  ตัวแทนแอนด์ผู้พิทักษ์
  07:  ยิ้มสีเลือด / Red Smile
 
Sep 2008
  19:  กระบี่กษัตริย์ในมือจัณฑาล / exploit
  06:  เมื่อระบบมันห่วย / Useless System
  05:  กู้บ้าน / Apartment Recovery
  04:  นานาวาทะทางการเมือง
  03:  สยามเมืองยิ้ม / Land of Smile
 
May 2008
  31:  สิ่งที่เกิดไปแล้ว / it happened
 
Apr 2008
  30:  ลูกค้างี่เง่า / stupid customer
  20:  อาหารไทย ความภูมิใจระดับโลก
  13:  ทำงานร้านอาหาร ทำงานกับชีวิตคน
  05:  Defragmentation
 
Mar 2008
  24:  MSN virus
  19:  แมคบุ๊คอมตะ / undying Macbook
  13:  Bose (อ่านว่าโบส)
  12:  อีเมลมักง่าย / Negligent Email
  07:  การนั่งสมาธิทำให้ฉลาดขึ้น
  04:  ยึดอำนาจ / revolution
  03:  ละอองน้ำแข็งในแสงไฟ / the beautifully-flying snow
 
Feb 2008
  28:  เครื่องซักผ้าเปี่ยมประสบการณ์ / The experienced washer
  25:  hi5 society
  22:  Tip = โลกทั้งใบของใครอีกคน
  21:  อเมริกามหาอำนาจ / America Power
  16:  คุก / Jail
  11:  ตั๋วดัดนิสัย / Habit Controlling Ticket
 
Jan 2008
  30:  Salata
  25:  เมาส์ทรงพลังที่สะดือเน่า / a rotten-naveled mighty mouse
  23:  รูมเมทผู้น่ารัก / how nice my roommate is
  19:  ความรันทดบนท้องถนน / delivery toughness
  09:  คนขับรถ / Delivery
  06:  จดหมายจากหลานชาย / Last Letter
  05:  เสียงสุดท้าย / Last Words
  03:  วันที่ยายไม่กลับบ้าน
 
Sep 2007
  13:  จรรยาบรรณบริกร / Wait Ethic
  10:  ปลอดภัยไว้ก่อน / Safety First
  08:  Day31: Civic's closed deal + Pool Bar
  07:  Day30: a gal-faced man
  06:  Day29: All in one backpack + just smile :)
  05:  Day28: The Red Civic
  04:  Day27: talk to customer + grand mom
  03:  Day26: Windows & Viruses + Civic + busy
  02:  Day25: full-day work + first income :)
  01:  Day24: First photography job + Basketball + wii
 
Aug 2007
  31:  Day23: First Hang Out
  30:  Day22: looking for used car + this world has no secret
  29:  Day21: Start work
  28:  Day20: English in the class
  27:  Day19: Open Semester + Got a job
  26:  Day18: Used books
  25:  Day17: Apply jobs + Basketball @ UD
  24:  Day16: วันนี้ไม่ได้ทำอะไร ไม่ต้องเข้ามานะ
  23:  Day15: two guitar players
  22:  Day14: Fire in the ass hole -_-'
  20:  Day12: Reschedule + Tom Thumb + Fitness
  19:  Day11: Bootcamp, Windows and enjoy Gaming ^^'
  18:  Day10: brown rice
  17:  Day9: Orientation
  16:  Day8: Money Pending + Broccoli and Pork with Oyster Sauce
  15:  Day7: T.B. Test's result & Shopping mall
  14:  Day6: Take order
  13:  Day5: Test of English + first time in transportation
  12:  Day4: Yahoo's maps + first cooking
  11:  Day3: Bangkok City
  10:  Day2: Jet lag
  09:  Day1: First sight
  09:  แค่ฟ้าที่กั้นไว้ / to the land behind the horizon
  09:  สปริงตัว / Take off
  08:  ย่อตัว / packing

....................................

... แสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่องครับ ...
... เรื่องเก่าๆก็ comment ได้ ...
... ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่ได้อ่าน ...
... ทำระบบเตือนเอาไว้แล้ว ...
... เมนท์มาเถิดครับ ...
... เดี๋ยวผมจะไสหัวเข้าไปอ่านเอง ...
... :) ...

pixel

 


Design & Develop by pixel
© copy right 2008, All rights reserved.

[4856]