... ร่องรอยความรู้สึก จากบันทึกของหัวใจ ...

... ไดอารี่เล่มนี้ ไม่ค่อยมีเรื่องราว กิจวัตรประจำวัน บันทึกอยู่สักเท่าไร...
... เป็นไดอารี่ของความรู้สึก ...
... ที่บันทึก อารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิด ของคนธรรมดาๆคนนึงไว้ ...
... บางทีก็อาจตรงใจใครหลายคน บางทีก็ขัดแย้งความรู้สึกหลายๆคน ...
...
... เพราะต่างใจก็ต่างจิต ...
... ความรู้สึก นึกคิด ที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่น่าบันทึก ...
... เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกในใจอาจเปลี่ยนแปลงไป ...
... แต่ถ้าเราหวนกลับไปหาความรู้สึกตอนนั้นได้ ...
... จะทำให้เรารู้ว่า เหตุการณ์รอบๆความรู้สึกนั้น ...
... จะยังคงชัดเจนในอยู่ความทรงจำ โดยไม่ต้องพึ่งบันทึกใดๆ ...
Diary of pixel ::: ร่องรอยความรู้สึก ในบันทึกของหัวใจ

 


[ home ::: diary ::: about me ]

สิ่งที่เกิดไปแล้ว / it happened
31 May 2008 - 23:02:42

 

... จุดประสงค์ของการมาเรียนต่อที่อเมริกาของผมคือ ภาษาอังกฤษ และ ประสบการณ์ชีวิตในต่างแดน ...
... เหมือนฟ้าดินจะเป็นใจ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เหยียบแผ่นดินอเมริกา ก็มีประสบการณ์ใหม่ๆมากมายหลายรูปแบบ ...
... ถาโถมโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย จนเวลาคุยกับหลายๆคน เค้ายังตกใจว่ายังมาไม่ถึงปีเหรอ ...
... ทำไมดูรู้เรื่องนู้นเรื่องนี้ดีไปหมดอย่างกับอยู่มาแล้วสิบปี (จำนวนปีนี่เติมเอง เค้าไม่ได้พูด) ...
... วันนี้ก็เช่นกัน ฟ้าดินก็เป็นใจอีกครั้งให้ได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ใหม่ในต่างแดนที่บางคนอาจไม่เคยมีมาก่อน นั่นก็คือ ...
...
... "รถชน" ...
... (มันเขียนซะอย่างกับน่ามีเนอะ ประสบการณ์อันนี้เนี่ย -_-') ...
...
... ตอนเย็นวันนี้ก็ขับรถออกจากบ้านตามปกติ ...
... ซึ่งตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศนี้และได้รับใบดัดสันดาน (Ticket) มาแล้วหนึ่งใบ ...
... ก็ทำให้อุปนิสัยในการขับรถของผมนั้น น่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาก เรียกว่าปฏิบัตืตามกฎระเบียบทุกเม็ด ...
... แทบจะไม่มีโอกาสในการได้ Ticket ใบที่สองอีกเลย เพราะนอกจากมันจะต้องเสียตังหลายร้อยเหรียญแล้ว ...
... กระบวนการในการเดินเรื่องยังยุ่งยากวุ่นวาย เสียเวลาและน่ารำคาญอย่างมากมายและก่ายกอง ...
... หนำซ้ำยังจะต้องไปเสียค่าประกันรถแพงขึ้นอีก เมื่อต่ออายุประกันรอบหน้า ...
... ทุกอย่างที่ว่ามานี้ มันทำให้ "กฎหมาย" มันน่าเคารพและปฏิบัติตามขึ้นอีกมาก ...
... จนไอ่คนที่ทำโดนัทเป็นก่อนขับรถออกถนนใหญ่ ขับรถได้น่ารักราวกับสันดานดีมาโดยกำเนิดเลยทีเดียว ...
...
... แต่อุบัติเหตุ ก็คือเหตุที่อุบัติขึ้นมา โดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ...
... จะว่าใจลอยก็ไม่น่าจะใช่ แต่อยู่ดีๆภาพที่เห็นจากกระจกหน้ารถก็คือ ...
... ตูดรถคันหน้าที่กำลังจอดนิ่ง รอการปะทะจากเรา ที่กำลังพุ่งเข้าไป ในระยะที่ไม่สามารถเหยียบเบรคได้ทันแน่นอน ...
... พูดง่ายๆด้วยภาษาชาวบ้านว่า เบรคไม่ทัน ต้องชนตูดมันแน่แซะตาแป๊ะขายหมู ...
...
... สัญชาติญาณการเอาตัวรอด ที่เป็นจิตใต้สำนึกเหนือการควบคุม ...
... มันบอกให้หักพวงมาลัยหลบอย่างเดียวเท่านั้น ...
... วินาทีนั้นไม่มีเวลาคิด ไม่มีเวลามานั่งชั่งน้ำหนักว่า ควรจะเบรค หักหลบ หรือ eject ตัวเองออกจาก cockpit ดี ...
... ร่างกายมันตอบสนองไปเองโดยอัตโนมัติ นั่นก็คือการหักพวงมาลัยหลบออกไปเลนขวาอย่างรวดเร็ว ...
... ราวกับชูมาร์คเกอร์พาเฟอรารี่บี้รถ F-1 จากทีมอื่นในโค้งสุดท้ายได้อย่างสวยงาม ...
... แต่ของชูพิกเซล มันไม่สวยงามเยี่ยงนั้น ...
...
... "ปั้ง!" ...
... เสียงแปลกๆคล้ายตัวถังรถสองคันกระทบกัน (แค่คล้ายเองเหรอ -_-') ดังมาจากทางด้านหลังข้างซ้าย...
...
... "Oh! Shit!" ...
... เสียงกะเหรี่ยงกระแดะอุทานเป็นภาษาอังกฤษ ราวกับเกิดและโตที่อเมริกา ...

...

... จากนั้นก็ค่อยๆจอดรถเข้าข้างทาง ...
... ก่อนจะถอยรถกลับไปหาคู่กรณี ที่ขับเข้าไปคอยอยู่ในซอยแล้ว เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร ...
... ในใจตอนนั้นกลัวอย่างเดียว ขออย่าให้เป็นพวกฝรั่งงี่เง่า เอะอะ โวยวาย ด่าทอ เล้ย ...
... แบบนั้นคงเล่นด้วยยากหน่อย เพราะภาษาก็ยังไม่แข็งแรงขนาดไปต่อปากต่อคำกับ native speaker ได้ ...
... แต่เฮียแกเดินลงมาเป็นฝรั่งขาวอ้วนท้วนสมบูรณ์ หน้าตาดูใจดี และไม่มีท่าทางแย่ๆหรือหัวฟัดหัวเหวี่ยงอะไร ...
... เห็นแบบนี้ก็ใช้ชื้นขึ้นมาหน่อย แล้วก็เดินเข้าไปขอโทษขอโพยเค้า แล้วก็ถามก่อนเลยว่า ...
... "ยูโอเคมั้ย ยูบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" ...
... ซึ่งอันนี้เป็นพฤติกรรมที่จำมาจากเพื่อนโบ้ ตอนขับรถไปชนตูดคนอื่นเค้า ...
... พอลงไป มันรีบไปถามคนในรถก่อนเลยว่า เป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บมั้ย อันนี้ประทับใจและจำไว้ใช้ตลอดมา ...
... เพราะมันน่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆระหว่างคนแปลกหน้า ถ้าเราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยความห่วงใย ...
... แทนที่จะเป็นคำด่า หรือการถามหาความรับผิดชอบ ...
...
... จากนั้นก็บอกเฮียแกว่ารถคันหน้าเบรคกระทันหัน และไอมองไม่เห็นยูจริงๆจากกระจกข้าง ก็เลยหักออกมา ...
... เค้าก็บอกว่า "that's OK, it happened" ประมาณว่า ไม่เป็นไร มันเกิดไปแล้ว ...
... จากนั้นก็ขอเค้าโทรศัพท์แป๊ปนึง โดยโทรไปบอกพี่เพ็ญที่ร้านก่อน ว่าจะเข้าช้านิดนึงเพราะรถชน ...
... จากนั้นก็โทรปรึกษาพี่โจว่ารถชนต้องทำยังไง ซึ่งพี่โจก็แนะนำได้เป็นอย่างดี ครบถ้วนทุกอย่าง ...
... ว่าให้จด driver license, จด insurance ของคู่กรณีไว้ให้เรียบร้อยทุกอย่าง รวมถึงถ่ายรูปรถไว้ด้วยก็ดี ...
... ซึ่งเฮียหรั่งแกก็ไม่ได้ขัดข้องตอนขอถ่ายรูปรถ แกก็บอกว่า "that's make sense" (< เขียนถูกแกรมมาเปล่าฟระ) ...
... แล้วก็ผลัดกันไปถ่ายรูป แกก็มาถ่ายรูปรถเราเหมือนกัน ...
... เห็นเค้าก็คุยดี และดูใจดี ก็เลยถามเค้าว่า อุบัติเหตุแบบนี้ต้องทำยังไง ไอเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่นาน นี่เป็นครั้งแรกที่รถชน ...
... เค้าก็แนะนำเหมือนที่พี่โจบอก คือ ไม่มีอะไรมาก ก็จดเลขประกันและใบขับขี่ไว้ ...
... ใน case นี้ที่เราผิด เดี๋ยวเค้าจะโทรหาประกันเราเอง เราไม่ต้องทำอะไรเลย รอรับสายจากประกันเราอย่างเดียว ...
... จากนั้นก็เอาเลข driver license เราให้เค้าจดไป เอา insurance ให้เค้าจดไป รวมถึงให้เบอร์ติดต่อกัน ...
...
... กระบวนการหลังรถชนที่นี่ง่ายกว่าที่คิด ...
... ถ้ามีฝ่ายถูกฝ่ายผิดชัดเจนแจ่มชัด ตกลงกันได้ ฝ่ายผิดก็แค่ให้กรมธรรม์บริษัทประกันไป แล้วเค้าจะไปจัดการเคลมกันเอง ...
... ส่วนเราก็ควรจะโทรไปบอกประกันของเราหน่อย ว่าคู่กรณีเราคือใคร แต่ถ้าเราไม่โทร เดี๋ยวเค้าก็โทรมาหาเราเองอยู่ดี ...
... แค่นั้นก็แยกย้ายกันกลับได้เลย ไม่ต้องรอประกันมาดูที่เกิดเหตุ มาดูว่าต้องซ่อมรอยไหนบ้าง ...
... จริงๆแล้วมันอาจจะง่ายเพราะว่าเรายอมรับผิดก็ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้ว่าใครถูกผิด จะเป็นยังไง ...
... แต่รู้ว่าต้องให้ตำรวจมาช่วยเคลียร์เหมือนๆกับที่เมืองไทยแหละ ตกลงกันไม่ได้ก็คุยกันที่โรงพัก ...
... แค่ชอบตรงที่ไม่ต้องรอประกันมาดูร่องรอย และเช็ครายละเอียดแทบจะเก็บรอยนิ้วมือกันไปด้วย มันเสียเวลาสุดๆ ...
...
... แล้วสองวันต่อมา ก็มีสาย call มาจากบริษัทประกัน มานัดเวลาเพื่อทำการบันทึกคำให้การเกี่ยวกับอุบัติเหตุ (statement) ...
... คือเค้าจะอัดคำพูดเราให้ แล้วให้เราเล่าว่า เหตุการณ์มันเป็นยังไง แล้วเราก็เล่าไปทีละ step ...
... ก็แค่นั้น แล้วทางประกันก็จะไปจัดการให้คู่กรณีเราเอง ...

...

... หลังจากมานั่งทบทวนเหตุการณ์ ก็สังเกตตัวเองได้อย่างหนึ่งว่า ...
... ทุกๆครั้งก่อนจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่างเช่นรถชนเนี่ย มันจะมีสัญญาณเตือนมาก่อนเสมอๆ ...
... อย่างคืนที่เคยบินข้ามเกาะที่เมืองไทย ก่อนออกรถอยู่ๆไอ่โบ้ก็เตือนย้ำตั้งหลายรอบว่า มรึงขับรถดีๆ ...
... ซึ่งปกติมันจะไม่ย้ำหลายครั้งขนาดนั้น ...
... และครั้งนี้ก่อนจะถึงที่เกิดเหตุไม่นาน ก็เกือบฝ่าไฟแดงแยกหนึ่ง เพราะไม่ทันสังเกตว่าไฟเหลืองแล้ว ...
... จนทำให้เบรคตัวโก่งจนของบนเบาะรถร่วงไปกองที่พื้นรถหมด ...
... อะไรทำนองนี้ ซึ่งจะมองว่ามันเป็น sign เตือนเราให้รู้ตัวก่อนเกิดเหตุ ก็อาจจะได้เหมือนกัน ...
... ไว้จะลองสังเกต sign พวกนี้ดู ถ้ามี sign อะไรแปลกๆโผล่ขึ้นมาอีกในอนาคต คงต้องตั้งสติ ระวังสิ่งรอบตัวให้มากเป็นพิเศษ ...
... เผื่อจะพัฒนา sixth sense ตัวเองขึ้นมา จนทำนายได้ว่า น้ำจะท่วมโลกเมื่อไร ฮ่าๆ ...

 

<< ลูกค้างี่เง่า / stupid customer  

 

(7) Comment

ความคิดเห็นที่ 1



โอ้โห ประสบการณ์เยอะยังงี้ ค่าประกันงวดหน้าคงเยอะตาม
ที่เมกาเลยมีหลายคนชอบติดสติ๊กเกอร์ไว้แถวท้ายรถว่า
"Shit! happened" ไง

เบรคไม่ทัน รถชน เกือบฝ่าไฟแดง ได้ticket
ไม่ใช่signหรอก.. ประมาทหน่ะ



force [26 Aug 2008 - 17:07:56 ]


ความคิดเห็นที่ 2

^

... แหม พี่ ...
... มันก็ต้องมีชิลชิลกันบ้าง ใครจะ concentrate กับชีวิตได้ตลอดเวลา ...
... ต่อให้เป็นคนเดินจงกรมอยู่ เกิดแก้วบาดตรีนขึ้นมา อาจจะมีดุ้งกันได้มั่งแหละ ...
...
... แต่อย่าง case ผมนี่ บางทีมันก็ไม่ใช่ความประมาทอย่างเดียวนะ ...
... เคยได้ยินปะ ความโง่ไม่เคยปราณีใคร ...
... มันพร้อมเข้าครอบงำเราทุกผู้ได้ทุกเมื่อ ฮ่าๆ ...



pixel (http://www.pixellive.com) [26 Aug 2008 - 22:12:42 ]


ความคิดเห็นที่ 3

... ป.ล. เราควรทำให้ shit happen ทุกเช้า ...
... เพื่อสุขภาพที่ดีของตรูดและลำไส้นะครับ ...



pixel (http://www.pixellive.com) [26 Aug 2008 - 22:14:45 ]


ความคิดเห็นที่ 4




ของตรูชนตั้งแต่วันที่สองที่ไปอยู่โน่นเลย

anubis [27 Aug 2008 - 0:53:57 ]


ความคิดเห็นที่ 5

... แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเจอคู่กรณีดีๆ อย่างพี่ซักหน่อย


... งานที่บริษัทฯ บอลดูเรื่องอุบัติเหตุของรถขนส่งด้วย
... เวลามีเคลมกะ บ.ประกัน และต่อรองกะคู่กรณี โคตรน่าเบื่อเลย
... ที่สำคัญต้องแจ้งลูกค้าด้วยนี่แหละ
... ตอบโต้อะไรไม่ได้มากได้แต่พยักหน้าหงึกๆ กับพูดว่า "ครับ ครับ"



G_ball_G [27 Aug 2008 - 8:25:35 ]


ความคิดเห็นที่ 6

ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ อยู่ที่นู๊นก็ดูแลตัวเองเยอะๆนะ ทุกๆเรื่องด้วย

กาบหอย [27 Aug 2008 - 9:11:40 ]


ความคิดเห็นที่ 7

..
Finally I've learnt that..
I've a lot of things to learn..
..
motto

davinci [28 Aug 2008 - 12:49:47 ]

 


คุณค่าของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางความคิดนั้น มิอาจประเมินได้
รบกวนกรอกเลขที่เห็นหน่อยนะครับ กัน Spam
1030
นามมือ
อีเมลไว้เสวนา
เนื้อที่โฆษณา


 


Comment Alert (3 วันที่ผ่านมา)

ลูกค้างี่เง่า / stupid customer
ทำงานร้านอาหาร ทำงานกับชีวิตคน
สิ่งที่เกิดไปแล้ว / it happened
 
May 2008
  31:  สิ่งที่เกิดไปแล้ว / it happened
 
Apr 2008
  30:  ลูกค้างี่เง่า / stupid customer
  20:  อาหารไทย ความภูมิใจระดับโลก
  13:  ทำงานร้านอาหาร ทำงานกับชีวิตคน
  05:  Defragmentation
 
Mar 2008
  24:  MSN virus
  19:  แมคบุ๊คอมตะ / undying Macbook
  13:  Bose (อ่านว่าโบส)
  12:  อีเมลมักง่าย / Negligent Email
  07:  การนั่งสมาธิทำให้ฉลาดขึ้น
  04:  ยึดอำนาจ / revolution
  03:  ละอองน้ำแข็งในแสงไฟ / the beautifully-flying snow
 
Feb 2008
  28:  เครื่องซักผ้าเปี่ยมประสบการณ์ / The experienced washer
  25:  hi5 society
  22:  Tip = โลกทั้งใบของใครอีกคน
  21:  อเมริกามหาอำนาจ / America Power
  16:  คุก / Jail
  11:  ตั๋วดัดนิสัย / Habit Controlling Ticket
 
Jan 2008
  30:  Salata
  25:  เมาส์ทรงพลังที่สะดือเน่า / a rotten-naveled mighty mouse
  23:  รูมเมทผู้น่ารัก / how nice my roommate is
  19:  ความรันทดบนท้องถนน / delivery toughness
  09:  คนขับรถ / Delivery
  06:  จดหมายจากหลานชาย / Last Letter
  05:  เสียงสุดท้าย / Last Words
  03:  วันที่ยายไม่กลับบ้าน
 
Sep 2007
  13:  จรรยาบรรณบริกร / Wait Ethic
  10:  ปลอดภัยไว้ก่อน / Safety First
  08:  Day31: Civic's closed deal + Pool Bar
  07:  Day30: a gal-faced man
  06:  Day29: All in one backpack + just smile :)
  05:  Day28: The Red Civic
  04:  Day27: talk to customer + grand mom
  03:  Day26: Windows & Viruses + Civic + busy
  02:  Day25: full-day work + first income :)
  01:  Day24: First photography job + Basketball + wii
 
Aug 2007
  31:  Day23: First Hang Out
  30:  Day22: looking for used car + this world has no secret
  29:  Day21: Start work
  28:  Day20: English in the class
  27:  Day19: Open Semester + Got a job
  26:  Day18: Used books
  25:  Day17: Apply jobs + Basketball @ UD
  24:  Day16: วันนี้ไม่ได้ทำอะไร ไม่ต้องเข้ามานะ
  23:  Day15: two guitar players
  22:  Day14: Fire in the ass hole -_-'
  20:  Day12: Reschedule + Tom Thumb + Fitness
  19:  Day11: Bootcamp, Windows and enjoy Gaming ^^'
  18:  Day10: brown rice
  17:  Day9: Orientation
  16:  Day8: Money Pending + Broccoli and Pork with Oyster Sauce
  15:  Day7: T.B. Test's result & Shopping mall
  14:  Day6: Take order
  13:  Day5: Test of English + first time in transportation
  12:  Day4: Yahoo's maps + first cooking
  11:  Day3: Bangkok City
  10:  Day2: Jet lag
  09:  Day1: First sight
  09:  แค่ฟ้าที่กั้นไว้ / to the land behind the horizon
  09:  สปริงตัว / Take off
  08:  ย่อตัว / packing
 
Jul 2007
  16:  MSN, the cyber time trab
  14:  พี่เบิร์ด พี่รุฒ และน้องปุ๊ปู๋
 
Jun 2007
  01:  บางสิ่งในโลก อนิจจังกว่า / Something is more than so Anit
 
May 2007
  30:  สิ่งใดๆในโลกล้วนอนิจจัง / Everything is so Anit
 
Apr 2007
  10:  สัตว์ร้าย / cruelty
 
Mar 2007
  28:  เล็กน้อยมหาศาล / an immensely trivial
  25:  สองคน / couple
  06:  ท่าเทียบ / commitment
 
Feb 2007
  14:  วันธรรมดาที่แสนพิเศษ / completely
 
Dec 2006
  28:  อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย / Season Change
 
Nov 2006
  21:  ไร้รูปแบบ / Free Form
  19:  จุดหมาย / goal
  05:  วงกลม / Circle
  01:  The Day After Tomorrow
 
Oct 2006
  29:  มังสวิรัติ / vegetarian
  28:  The Yellow Box Fish
  16:  นาฬิกาแห่งชีวิต / The clock of life
  01:  Jazz up the moment
 
Sep 2006
  25:  ความทรงจำที่อยากลืม / useless memory
  19:  การเมือง / Politic
 
Aug 2006
  24:  คนเก็บขยะ
  11:  แม่ของฉัน / My Mom
  01:  พันธนาการ / fetter
 
Jul 2006
  24:  ภาษาไทย / Thai language
  17:  ผีเห็นผี / ghost sees ghost
 
Jun 2006
  27:  ชมรมคนรักเกาะสุรินทร์ / Save Koh Surin
  10:  ปลดหนี้ / relieve
  09:  Yellows are everywhere :)
 
May 2006
  30:  ล่มสลาย / calamity
  22:  สร้างภาพ / photoshop
  10:  Go Out
 
Apr 2006
  24:  เสียงปลา / Tormenting Voice
  17:  รถร่วม / joint bus
  11:  โอกาสที่เงินซื้อได้ / Opportunity for sale
 
Mar 2006
  26:  คนที่ไม่ควรรัก / whom shouldn't be loved
  15:  คนที่ห่วงใย
  13:  อย่าห่วงเลย / careless me
  12:  ข้อจำกัดของที่ปรึกษา / rescue's limitation
  09:  คว่ำบาตร / boycott

....................................

... แสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่องครับ ...
... เรื่องเก่าๆก็ comment ได้ ...
... ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่ได้อ่าน ...
... ทำระบบเตือนเอาไว้แล้ว ...
... เมนท์มาเถิดครับ ...
... เดี๋ยวผมจะไสหัวเข้าไปอ่านเอง ...
... :) ...

pixel

 


Design & Develop by pixel
© copy right 2008, All rights reserved.

[70]